หน้าหลัก > องค์กร>ปรัชญาภาระหน้าที่และการจัดองค์กร

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ

ปรัชญา

 

คณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็น

สถาบันที่ปรึกษากฎหมายของรัฐ เป็นสถาบันทางวิชาการ และเป็นกลไกสำคัญประการ

หนึ่งของการปกครองประเทศโดยกฎหมาย (rule of law) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ต้องยึด

ถือของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกามีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นหลักประกันว่าการใช้อำนาจ

ทางปกครองจะเป็นไปตามกฎหมายซึ่งรัฐสภาได้ตราขึ้นตามความประสงค์ของประชาชน

ในสังคม และเพื่อให้เป็นหลักประกันว่าอำนาจทางปกครองจะไม่ตกเป็นของบุคคลใด

บุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

คณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามิใช่ที่

ปรึกษาของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งเท่านั้น และมิได้ปฏิบัติงานตามทิศทางที่รัฐบาลประสงค์

เพียงประการเดียว แต่ปฏิบัติงานเพื่อให้การใช้อำนาจทางปกครองเป็นไปตามกฎหมาย

และเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม

ในการจัดทำกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย คณะกรรมการ

กฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคำนึงถึงความถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์

และความสอดคล้องกับศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมุ่งหมายให้ฝ่ายปกครองสามารถ

นำไปปัญหาที่แท้จริงของสังคมได้

 

ภาระหน้าที่

 

มาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๒

บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)    รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะ

กรรมการพัฒนากฎหมาย และศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะ

กรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย

(๒)    พิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐ

มนตรีมอบหมาย และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้มีหรือแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิก

กฎหมาย

(๓)    ช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการร่างกฎหมายแก่หน่วยงาน

ของรัฐ

(๔)    ให้ความเห็นหรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วย

งานของรัฐหรือตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันระหว่างประเทศร้องขอ

(๕)    ฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

และเจ้าหน้าที่ของรัฐในด้านกฎหมายและการร่างกฎหมาย รวมทั้งการเผยแพร่ ทำความ

เข้าใจในด้านกฎหมายแก่บุคคลทั่วไป

(๖)    ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาหลักกฎหมาย

และการบริหารราชการแผ่นดิน

(๗)    จัดพิมพ์ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเผยแพร่ เว้นแต่

เรื่องที่เป็นความลับ

(๘)    จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนิน

งานของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

(๙)    ศึกษาและรวบรวมข้อมูล รวมทั้งจัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ

ระบบกฎหมายไทยและระบบกฎหมายต่างประเทศ และงานวิจัยกฎหมายหรือวิชาอื่นที่

เกี่ยวกับกฎหมายทั้งของไทยและต่างประเทศ เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของคณะ

กรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามพระราชบัญญัตินี้

นอกจากนั้น ข้อ ๑ ของกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๕ ยังกำหนดให้สำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกามีภารกิจเกี่ยวกับการจัดทำกฎหมาย การใช้กฎหมายและการพัฒนา

กฎหมายให้ถูกต้อง สร้างความเป็นธรรมและส่งเสริมการพัฒนาประเทศและประโยชน์สุข

ของประชาชน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รวมทั้งกำหนด

ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑)    พิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐ

มนตรีมอบหมาย และพิจารณาเสนอความเห็นให้มีการแก้ไข ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย

รวมทั้งช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐในการจัดทำร่างกฎหมาย

(๒)    ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีและ

หน่วยงานของรัฐ

(๓)    งานประสานการนิติบัญญัติ โดยการตรวจสอบดูแลงานกฎหมาย

ของประเทศและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการเสนอกฎหมาย รวมทั้งการช่วยเหลืองาน

ด้านกฎหมายในชั้นรัฐสภา

(๔)    จัดทำคำแปลกฎหมาย ให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการกู้

เงินและให้คำปรึกษาหรือปฏิบัติงานอื่นอันเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือ

ตามที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันระหว่างประเทศร้องขอ

(๕)    วิจัยและพัฒนากฎหมาย โดยตรวจสอบสภาพปัญหาของประเทศ

และสังคม แล้วทำการศึกษาวิจัยเพื่อเสนอร่างกฎหมายใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม

(๖)    การพัฒนาหลักกฎหมายปกครองเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การ

ปฏิบัติราชการ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิบัติราชการ รวมทั้ง

รับผิดชอบกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิด

ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(๗)    ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง โดยการรวบรวมข้อมูลที่

เกี่ยวข้องแล้วให้บริการค้นคว้าแก่รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานของรัฐและประชาชน

(๘)    ดำเนินการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ เพื่อให้มีความรู้ความเชี่ยว

ชาญด้านกฎหมายมหาชน

(๙)    ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

 

การจัดองค์กรภายใน

 

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนัก

นายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ดังนี้

(๑) สำนักอำนวยการ

(๒) ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

(๓) สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน

(๔) สำนักกฎหมายต่างประเทศ

(๕) สำนักกฎหมายปกครอง

(๖) สำนักหลักนิติบัญญัติ

นอกจากส่วนราชการภายในข้างต้น กฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนด

กลุ่มปฏิบัติงานด้านวิชาการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่หลักในการจัดทำร่างกฎหมาย การให้ความ

เห็นทางกฎหมายและการพัฒนากฎหมาย ขึ้นตรงต่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

ดังนี้

(๑) ฝ่ายกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน

(๒) ฝ่ายกฎหมายการเมืองการปกครอง

(๓) ฝ่ายกฎหมายการคลัง

(๔) ฝ่ายกฎหมายคมนาคม

(๕) ฝ่ายกฎหมายการค้าและอุตสาหกรรม

(๖) ฝ่ายกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ

(๗) ฝ่ายกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและทรัพย์สินทางปัญญา

(๘) ฝ่ายกฎหมายการศึกษา

(๙) ฝ่ายกฎหมายสวัสดิการสังคม

(๑๐) ฝ่ายกฎหมายสาธารณสุข

(๑๑) ฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง

(๑๒) ฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

(๑๓) ฝ่ายพัฒนากฎหมาย

(๑๔) ฝ่ายกฎหมายการเงิน


ประวัติความเป็นมา
ปรัชญาภาระหน้าที่และการจัดองค์กร
ผู้บริหาร
คณะกรรมการกฤษฎีกา
แผนปฎิบัติราชการ
สถานที่ติดต่อ
  
บริการอื่น ๆ
เสนอแนะ - ติชมเว็บไซต์



สำหรับทำให้ IE เปิดไฟล์ TIFF ได้
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับจอภาพขนาด 1,024 x 768 พิกเซล