หน้าแรก > รับฟังความคิดเห็นของประชาชน > ร่างกฎหมายที่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น > ร่างพระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย ...>ร่างฯครั้งที่ ๑
ร่างพระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจา ...
รับฟังความคิดเห็นถึง วันจันทร์ที่  ๒๒  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๖๐

ร่างพระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ พ.ศ. ....

ร่างฯ ที่ สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว

เรื่องเสร็จที่ .. /....

 

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ
พ.ศ. ....

                  

 

หลักการ

 

ให้มีกฎหมายว่าด้วยมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ

เหตุผล

 

เนื่องจากการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบที่ผ่านมานั้น ต้องอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายหลายฉบับและต้องดำเนินการติดตามเอาทรัพย์สินนั้นคืนโดยอาศัยมาตรการ
ทางกฎหมายที่แตกต่างกันตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหลายองค์กรที่รับผิดชอบ ซึ่งทำให้
การติดตามเอาทรัพย์สินของรัฐคืนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ประกอบกับประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคีตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต และต้องให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำทุจริตกับต่างประเทศอีกด้วย สมควรกำหนดมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบเพิ่มเติมขึ้นทั้งระบบ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลอย่างแท้จริง  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 


ร่าง

พระราชบัญญัติ

มาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ

พ.ศ. ....

                  

 

..........................................

...........................................

...........................................

 

....................................................................................................................................

..........................................

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ

....................................................................................................................................

..........................................

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ พ.ศ. ....”

 

มาตรา ๒  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่
วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ทรัพย์สินของรัฐ” หมายความรวมถึง

(๑) ทรัพย์สินของแผ่นดินและสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์

(๒) เงินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น เงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกู้ เงินอุดหนุน
เงินบริจาค และเงินช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือต่างประเทศอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่
ตามกฎหมายหรือตามวัตถุประสงค์ของรัฐ

(๓) โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และสังหาริมทรัพย์มีค่าซึ่งซ่อนหรือฝังไว้ในราชอาณาจักร  ทั้งนี้ โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้

(๔) ทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นของรัฐ

(๕) สิทธิเรียกร้องของรัฐ

(๖) ทรัพยากรธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

(๗) สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีอยู่โดยธรรมชาติ

“ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายความว่า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบผังภูมิของวงจรรวม สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ความลับทางการค้า และพันธุ์พืช และให้หมายความรวมถึงสิทธิอื่นในทำนองเดียวกันที่มีกฎหมายคุ้มครอง

“ติดตาม” หมายความรวมถึง ดูแลรักษา ใช้สิทธิเรียกร้อง ร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ดำเนินการกับทรัพย์สินที่ริบมาในคดีอาญา และขอให้ชำระเงินแทนตามมูลค่าของทรัพย์สิน

“เอาไป” หมายความรวมถึง ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของรัฐ  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพของทรัพย์สินนั้นกี่ทอดก็ตาม

“โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

“รัฐ” หมายความรวมถึง หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นเจ้าของหรือมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินของรัฐด้วย

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานอื่นของรัฐ
ซึ่งเป็นนิติบุคคล  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด

“โดยมิชอบ” หมายความว่า โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือกฎ โดยทุจริต หรือ
โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา  การติดตามทรัพย์สินของรัฐตามกฎหมายเฉพาะที่มีอยู่ในเรื่องใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจหน่วยงานของรัฐ
ในการติดตามทรัพย์สินคืน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ หรือการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้จะก่อให้
เกิดประโยชน์แก่รัฐมากกว่า ก็ให้นำบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับ

 

มาตรา ๕  ให้ถือว่าการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้เอาไปโดยมิชอบตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการดำเนินการทางแพ่ง

ในกรณีที่มีการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้เอาไปโดยมิชอบ หน่วยงานของรัฐ ผู้ว่าการ
และศาลอาจดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ได้โดยมิพักต้องรอผลการดำเนินคดีอาญา
และศาล
ไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เว้นแต่ศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิด
แต่ถ้าพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาที่รัฐสูญเสียไปเนื่องจาก
การกระทำผิดคืน
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐหรือผู้ว่าการแจ้งให้พนักงานอัยการถอนคำขอเรียกทรัพย์สินหรือราคาดังกล่าว

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือผู้ว่าการเห็นว่า การดำเนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
เพื่อติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้เอาไปโดยมิชอบจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่รัฐมากกว่า หน่วยงานของรัฐหรือผู้ว่าการอาจยื่นเรื่องให้พนักงานอัยการผู้ดำเนินคดีอาญาดำเนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาก็ได้

การดำเนินคดีตามมาตรานี้ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง

 

มาตรา ๖  ให้ประธานศาลฎีกา ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และอัยการสูงสุดรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนด ให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศ และให้อัยการสูงสุดมีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตน

ข้อกำหนด ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้

 

หมวด ๑

บททั่วไป

                  

 

มาตรา ๗  หน่วยงานใดของรัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลรักษาทรัพย์สินของรัฐประเภทใด ย่อมมีหน้าที่ติดตามทรัพย์สินของรัฐที่อยู่ในความดูแลรักษาจากผู้เอาทรัพย์สินนั้นไปโดยมิชอบ

ในกรณีที่ไม่มีหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งสำหรับทรัพย์สินของรัฐประเภทหนึ่งประเภทใด หรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่งไม่ดำเนินการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้เอาทรัพย์สินนั้นไปโดยมิชอบ หรือดำเนินการดังกล่าวไม่ครบถ้วนหรือล่าช้าเกินสมควร ให้ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจติดตามทรัพย์สินนั้นคืน

 

มาตรา ๘  ผู้ใดเอาไปโดยมิชอบซึ่งทรัพย์สินของรัฐ ผู้นั้นต้องคืนสิ่งที่เอาไปหรือต้องชดใช้เงินตามมูลค่าของสิ่งนั้นพร้อมทั้งดอกผล หรือทำให้ทรัพย์สินนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม

ผู้ได้ไปโดยการรับโอนหรือเปลี่ยนแปลงสภาพของทรัพย์สินของรัฐที่มีผู้เอาไปโดยมิชอบ  ทั้งนี้ ไม่ว่ากี่ทอดก็ตาม ต้องร่วมรับผิดกับผู้เอาไปอย่างลูกหนี้ร่วม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้มาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน

 

มาตรา ๙  ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ วรรคสอง ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเอาทรัพย์สินของรัฐไปโดยมิชอบ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เว้นแต่
เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเอาทรัพย์สินของรัฐไปโดยทุจริต
ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวนำบทบัญญัติตามพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ

 

มาตรา ๑๐  ผู้ใดรู้เห็นเป็นใจหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ โดยรู้อยู่ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของรัฐซึ่งถูกเอาไปโดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลตามมาตรา ๘ ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับบุคคลนั้นด้วย

 

(๑) รับไว้ ปกปิด หรือซ่อนเร้น ซึ่งทรัพย์สินของรัฐ

(๒) เอาไปหรือจำหน่ายจ่ายโอน ซึ่งทรัพย์สินของรัฐด้วยประการใด ๆ ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะคงสภาพเดิมหรือไม่

(๓) ช่วยเหลือโดยให้เงินหรือทรัพย์สิน หรือจัดหายานพาหนะ สถานที่หรือวัตถุใด ๆ เพื่อให้ความสะดวกแก่การกระทำ หรือเพื่อมิให้บุคคลตามมาตรา ๘ ต้องรับผิด หรือ

(๔) รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลตามมาตรา ๘ เพื่อให้ความสะดวกแก่การกระทำของบุคคลนั้น หรือเพื่อมิให้บุคคลนั้นต้องรับผิด

 

มาตรา ๑๑  การติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของรัฐที่เป็นสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่าง
และอสังหาริมทรัพย
์ หากโดยสภาพไม่สามารถส่งคืนตัวทรัพย์หรือไม่อาจส่งมอบทรัพย์ดังกล่าวได้
เพราะ
สูญหาย หรือไม่สามารถติดตามเอาคืนได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือได้มีการนำสิ่งนั้นไปรวมเข้ากับทรัพย์สินอื่น หรือได้มีการจำหน่าย จ่าย โอนสิ่งนั้น โดยไม่ได้ทรัพย์สินอื่นใดมาแทน หรือมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้มาแทนต่ำกว่าราคาท้องตลาดของสิ่งนั้นในวันที่มีการจำหน่าย จ่าย โอนสิ่งนั้น หรือการติดตามเอาคืน
จะกระทำได้โดยยากเกินสมควร หรือมีเหตุสมควรประการอื่น ให้ศาลกำหนดมูลค่าของสิ่งนั้นโดยคำนึงถึงราคาท้องตลาดระหว่างวันที่เอาไปและวันที่ศาลมีคำพิพากษาให้คืน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม และสั่งให้ผู้มีหน้าที่ต้องส่งคืนทรัพย์ดังกล่าวชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

การกำหนดมูลค่าตามวรรคหนึ่งในกรณีที่มีการนำไปรวมเข้ากับทรัพย์สินอื่น หรือในกรณีมูลค่าของทรัพย์สินที่ได้มาแทนนั้นต่ำกว่าราคาท้องตลาดของสิ่งที่ต้องคืนในวันที่มีการจำหน่าย จ่าย
โอนสิ่งนั้น ให้กำหนดมูลค่าโดยคำนึงถึงสัดส่วนของทรัพย์สินที่มีการ
รวมเข้าด้วยกันนั้น หรือมูลค่า
ของทรัพย์สินที่ได้มาแทนสิ่งนั้น แล้วแต่กรณี

นอกจากมูลค่าของทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้มีหน้าที่คืนทรัพย์ต้องชดใช้ค่าเสียหาย
ที่รัฐไม่อาจใช้ทรัพย์นั้นในระหว่างเวลาที่เอาไปจนถึงเวลาที่คืนทรัพย์หรือชำระเงินแทนมูลค่า
ของทรัพย์ด้วย หากไม่อาจคำนวณค่าเสียหายได้ ให้ศาลกำหนดค่าเสียหายให้โดยคำนึงถึงค่าตอบแทน
การใช้ทรัพย์สินที่ปรากฏในท้องตลาด หรือตามที่ศาลเห็นสมควรในกรณีที่ไม่อาจหาราคาในท้องตลาดได้

การสั่งให้ผู้ใดชำระเงินตามมาตรานี้ จะกำหนดให้ผู้นั้นชำระเงินทั้งหมดในคราวเดียว
หรือจะให้ผ่อนชำระก็ได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่กรณี และถ้าผู้นั้นไม่ชำระ
หรือชำระไม่ครบถ้วนตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัด
ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และให้ร้องขอต่อศาลเพื่อสั่งให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่น
ของบุคคลนั้นได้
ไม่เกินจำนวนเงินที่ยังค้างชำระ

 

มาตรา ๑๒  ในการติดตามเอาทรัพย์สินของรัฐที่มีทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือไม่ เมื่อศาลพิพากษาให้คืนแก่รัฐ ให้ผู้ว่าการแจ้งให้นายทะเบียนเปลี่ยนชื่อในทะเบียนกลับมาเป็นของรัฐตามคำพิพากษาของศาล

 

มาตรา ๑๓  ในการเรียกคืนที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ให้ผู้เอาไปโดยมิชอบ
เมื่อศาลพิพากษาให้คืนแก่รัฐ ให้ผู้ว่าการแจ้งให้หน่วยงานที่ออกเอกสารสิทธิเปลี่ยนชื่อในเอกสารสิทธิกลับมาเป็นของรัฐหรือเพิกถอนเอกสารสิทธิตามคำพิพากษาของศาล แล้วแต่กรณี เว้นแต่เป็นการ
ขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล

มาตรา ๑๔  การติดตามเอาคืนซึ่งเงินของรัฐ ให้บังคับเอากับเงินหรือทรัพย์สิน
ของผู้ซึ่งเอาไปโดยมิชอบเท่าจำนวนเงินที่เอาไปพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ในกรณีที่ไม่สามารถบังคับเอากับเงินหรือทรัพย์สินของผู้ซึ่งเอาไปตามวรรคหนึ่งได้
ให้บังคับเอากับเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลที่ได้รับเงินหรือทรัพย์สินนั้นไป เว้นแต่บุคคลนั้นจะพิสูจน์ได้ว่า
เป็นผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มาโดยสุจริตและตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี
หรือในทางกุศลสาธารณะ

 

มาตรา ๑๕  ในการเรียกคืนทรัพย์สินของรัฐที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิต
และไม่มีชีวิต นอกจากต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าวแก่รัฐ และต้องทำให้ทรัพย์สินนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว
ผู้เอาไปโดยมิชอบต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตั้งแต่สองเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่เอาไป
การกำหนดค่าเสียหายดังกล่าวให้ศาลคำนึงถึงพฤติการณ์และเจตนาของผู้เอาไป ความร้ายแรงของ
ความเสียหายแก่รัฐหรือส่วนรวม การด้อยค่าของทรัพย์สิน หรือการเสียโอกาสจากการควรจะได้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น  ทั้งนี้ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างให้ผู้อื่นกระทำการทำนองเดียวกันอีก โดยให้ถือเอามูลค่าของทรัพย์สินนั้นในวันที่มีการกระทำเป็นฐานในการกำหนดค่าเสียหาย ในกรณีที่ไม่อาจหามูลค่า
ของทรัพย์สินได้ ให้ศาลกำหนดมูลค่าดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า
หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติด้วย

หากการกระทำตามวรรคหนึ่งและวรรคสองทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าช่วยเหลือ บรรเทา แก้ไข หรือฟื้นฟู เพื่อขจัดหรือเยียวยาความเสียหาย หรือทำให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นกลับคืน
สู่สภาพเดิม รัฐย่อมมีสิทธิเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ด้วย

 

มาตรา ๑๖  ผู้ใดกระทำหรือละเว้นกระทำการโดยมิชอบอันเป็นการก่อให้เกิด
ความเสียหายหรือทำลายคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่โดยธรรมชาติหรือที่รัฐจัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์
ต่อประชาชน ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ  ทั้งนี้ การกำหนดค่าเสียหายและการเรียกค่าใช้จ่ายของรัฐให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

มาตรา ๑๗  ในกรณีที่มีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของรัฐเป็นชื่อผู้เอาไป
โดยมิชอบ เมื่อศาลพิพากษาว่าทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวเป็นของรัฐ ศาลมีอำนาจสั่งให้นายทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น เปลี่ยนแปลงชื่อในทะเบียนและในเอกสารแสดงสิทธิ
ในทรัพย์สินทางปัญญาประเภทนั้น กลับมาเป็นของรัฐได้ โดยให้ถือว่ารัฐได้ดำเนินการโดยชอบ
ในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาประเภทนั้นแล้ว และให้ผู้ว่าการแจ้งให้นายทะเบียนทรัพย์สิน
ทางปัญญาตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาลโดยเร็ว

ในกรณีที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของรัฐ หรือมีการใช้สิทธิในทรัพย์สิน
ทางปัญญาของรัฐโดยผู้เอาไปโดยมิชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยุติการละเมิดหรือการใช้สิทธิในทรัพย์สิน
ทางปัญญานั้น และให้ผู้ละเมิดหรือผู้เอาไปซึ่งทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายและ
คืน
ประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แก่รัฐ รวมทั้งยึดสิ่งของที่เกิดจากการละเมิดหรือการใช้สิทธิ
ในทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวเป็นของรัฐ หรือให้ทำลายเสียหากเห็นว่าสิ่งนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่รัฐ
โดยสั่งให้ผู้นั้นเสียค่าใช้จ่าย

                   มาตรา ๑๘  ในการเรียกคืนทรัพย์สินที่เป็นสิทธิเรียกร้องของรัฐที่มีผู้เอาไปโดยมิชอบ
ให้บังคับเอากับเงินหรือทรัพย์สินของผู้นั้นเท่าจำนวนมูลค่าของสิทธิเรียกร้องที่เอาไปพร้อมดอกเบี้ย
ตามกฎหมาย

 

มาตรา ๑๙  ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ใช้สิทธิเรียกร้องจนอาจเป็นเหตุให้ขาด
อายุความ หรือใช้สิทธิเรียกร้องน้อยกว่าที่มีสิทธิ ให้ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องแทนหน่วยงานของรัฐที่ละเลยนั้นหรือร้องสอดเข้าเป็นคู่ความก่อนศาล
มีคำพิพากษา แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวเป็นสิทธิเรียกร้องของสำนักงาน
การตรวจเงินแผ่นดิน และให้เงินหรือทรัพย์สินที่เกิดจากการใช้สิทธิเรียกร้องนั้นตกเป็นของรัฐ

 

มาตรา ๒๐  ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำการตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ หรือ
มาตรา ๑๖ ให้กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล
ต้องร่วมรับผิดตามมาตรานั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเป็นใจ
ในการกระทำดังกล่าว

 

มาตรา ๒๑  ห้ามมิให้ยกอายุความได้สิทธิขึ้นต่อสู้กับรัฐในการติดตามทรัพย์สินของรัฐ
คืนจากการเอาไปโดยมิชอบ

การเรียกให้ชำระเงินแทนตามมูลค่าของทรัพย์สินของรัฐที่เอาไปโดยมิชอบ หรือ
การเรียกให้ชำระค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าใช้จ่าย อันเนื่องมาจากการเอาทรัพย์สินของรัฐ
ไปโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่นซึ่งต้องรับผิดก็ตาม ให้มีอายุความ
สองปีนับแต่วันที่เอาไปและรู้ตัวบุคคลซึ่งต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าว หรือสิบปีนับแต่วันที่เอาไป แต่หากเป็นกรณีเอาทรัพย์สินของรัฐไปโดยทุจริต ให้มีอายุความห้าปีนับแต่วันที่เอาไปและรู้ตัวบุคคลซึ่งต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าว หรือสิบห้าปีนับแต่วันที่เอาไป  ทั้งนี้ เว้นแต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นความผิด
ที่มีโทษทางอาญาและมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่า ก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่านั้น

 

หมวด ๒

การไต่สวนข้อเท็จจริงและการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืน

                  

 

มาตรา ๒๒  คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการกำกับการดำเนินการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้ที่เอาไปโดยมิชอบและให้มีอำนาจดังนี้

(๑) ให้ความเห็นชอบระเบียบและประกาศเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

(๒) มีหนังสือขอให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานเอกชนอื่น ดำเนินการเพื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติหน้าที่ หรือการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

(๓) เรียกเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

(๔) ให้ความเห็นชอบให้ดำเนินคดีเพื่อติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้ที่เอาไปโดยมิชอบตามที่ผู้ว่าการเสนอ

(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

 

มาตรา ๒๓  ผู้ว่าการมีหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนข้อเท็จจริงและติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้ที่เอาไปโดยมิชอบ และให้มีอำนาจดังนี้

(๑) มีหนังสือขอให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น สถาบันการเงิน หรือหน่วยงานเอกชนอื่นดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ การไต่สวนข้อเท็จจริง หรือการวินิจฉัยของผู้ว่าการ

(๒) เรียกเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ เพื่อประโยชน์ในการไต่สวนข้อเท็จจริง

(๓) ขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจออกหมายเพื่อเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ทำการ
หรือสถานที่อื่นใด ของบุคคลใด ๆ ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลา
ที่มีการประกอบกิจการ เพื่อตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัด เอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่นใด
ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไต่สวนข้อเท็จจริง และหากยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จในเวลาดังกล่าวให้สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ

(๔) ค้นยานพาหนะที่มีหลักฐานตามสมควรว่ามีทรัพย์สินของรัฐที่เอาไปโดยมิชอบ
ซุกซ่อนอยู่
หรือค้นบุคคลซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีทรัพย์สินดังกล่าวในความครอบครอง

() ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยอาจทำข้อตกลงกับหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบหมายเจ้าหน้าที่
ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็น

(๖) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่
ผู้ว่าการมอบหมาย

ผู้ว่าการอาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงดำเนินการตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ก็ได้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ
ที่ประธานกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง (๓) และ (๔) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวตามวรรคสี่ให้เป็นไปตามแบบที่ประธานกรรมการกำหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๒๔  ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวางระเบียบ
ในการไต่สวนข้อเท็จจริงและการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนตามพระราชบัญญัตินี้
โดยอย่างน้อย
ต้องมีหลักประกันการให้ผู้ถูกกระทบสิทธิ
ได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้ง
และแสดงพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้ไต่สวนข้อเท็จจริง การให้บุคคลที่สามที่ถูกกระทบสิทธิ
ร้องขอเข้ามาในการไต่สวนข้อเท็จจริง การให้เหตุผลและสรุปพยานหลักฐานประกอบการให้ดำเนินคดีติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากผู้ที่เอาไปโดยมิชอบ

ร่างระเบียบตามวรรคหนึ่งนั้นต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบได้ ถ้าต่อมามีการเสนอญัตติและสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบภายในหกสิบวัน
นับแต่วันที่ส่งร่างระเบียบดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้ส่งร่างระเบียบดังกล่าวนั้นคืนคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการจัดทำร่างเสนอ
มาใหม่
ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมิได้มีมติไม่เห็นชอบภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ประธานกรรมการดำเนินการประกาศระเบียบนั้นในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

กำหนดวันตามวรรคสองให้หมายถึงวันในสมัยประชุม

 

มาตรา ๒๕  ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า มีเหตุสมควรจัดให้มีมาตรการคุ้มครองช่วยเหลือแก่ผู้ให้ถ้อยคำ หรือผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ไต่สวนข้อเท็จจริง หรือผู้มอบพยานหลักฐานที่สำคัญ
ในการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือดำเนินคดี ให้
ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแจ้งหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองพยานโดยให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน
ในคดีอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าการเสนอความเห็นด้วยว่า สมควรใช้มาตรการทั่วไป
หรือมาตรการพิเศษตามกฎหมายดังกล่าวสำหรับบุคคลเหล่านั้นด้วย

ในกรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือ
สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือของสามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือบุคคลอื่น
ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลดังกล่าว เพราะมีการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาเนื่องจากบุคคลนั้น
ได้กระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อขอรับค่าตอบแทนเท่าที่จำเป็นและสมควรตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาด้วยโดยอนุโลม

ผู้ว่าการอาจจัดให้มีค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งได้
ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ประธานกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

 

มาตรา ๒๖  ในกรณีที่บุคคลใดให้ถ้อยคำ หรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของคณะกรรมการ ผู้ว่าการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้ง
ให้ไต่สวนข้อเท็จจริง
หรือมอบพยานหลักฐานที่สำคัญในการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือดำเนินคดี
ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจกันบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพยาน
ในชั้นศาลและไม่ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวได้ โดยให้บันทึกเหตุผล พร้อมถ้อยคำ เบาะแส หรือข้อมูล หรือระบุพยานหลักฐานสำคัญที่ให้ไว้ ในรายงานการประชุมคณะกรรมการ

 

มาตรา ๒๗  ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อติดตามทรัพย์สินของรัฐที่ถูกเอาไป
โดยมิชอบตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ว่าการเห็นว่า ผู้เอาไปซึ่งทรัพย์สินโดยมิชอบยอมคืนทรัพย์สินนั้น พร้อมชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ว่าการเห็นสมควร และผู้นั้นได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้ยุติไม่ดำเนินคดีผู้นั้นตามพระราชบัญญัตินี้ได้

ข้อตกลงคืนทรัพย์สินพร้อมชดใช้ค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือ
ลงลายมือชื่อผู้เอาไป และหากผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นให้ผู้ว่าการมีอำนาจยื่นคำร้องขอต่อศาล
ให้บังคับตามข้อตกลงโดยให้ได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง

 

มาตรา ๒๘  ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินที่ถูกเอาไปโดยมิชอบ ให้ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีติดตามเอาทรัพย์สินของรัฐคืนในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี

ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นว่า เรื่องที่ผู้ว่าการส่งให้ตามวรรคหนึ่งยังไม่สมบูรณ์
พอที่จะดำเนินคดีได้ ให้พนักงานอัยการรีบแจ้งให้ผู้ว่าการทราบเพื่อดำเนินการต่อไป โดยให้ระบุ
ข้อที่ไม่สมบูรณ์นั้นให้ครบถ้วนในคราวเดียวกัน

ให้ผู้ว่าการดำเนินการแก้ไขความไม่สมบูรณ์นั้น แล้วส่งเรื่องเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หากพนักงานอัยการยังเห็นว่าไม่มีเหตุพอที่จะดำเนินคดี ให้พนักงานอัยการรีบแจ้งให้ผู้ว่าการทราบ ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจยุติเรื่อง
ตามความเห็นของพนักงานอัยการ หรือดำเนินคดีติดตามเอาทรัพย์สินของรัฐคืนในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้เอง

ในการดำเนินคดีตามมาตรานี้ ให้ได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง

 

มาตรา ๒๙  เมื่อมีการติดตามเอาคืนทรัพย์สินของรัฐซึ่งถูกเอาไปโดยมิชอบ และได้ทรัพย์สินนั้นคืนมา ได้ทรัพย์สินอื่นมาแทน หรือได้รับทรัพย์สินหรือได้เงินค่าเสียหายมา หรือจำต้องทำให้ทรัพย์สินกลับคืนสู่สภาพเดิม ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นทรัพย์สิน ให้ส่งคืนแก่หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นตามกฎหมาย หากไม่มีหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินตามกฎหมาย หรือเป็นทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย ให้ส่งทรัพย์สินนั้นให้กระทรวงการคลัง

(๒) ในกรณีที่เป็นเงิน ให้ส่งเงินดังกล่าวให้กระทรวงการคลัง

(๓) ในกรณีที่ต้องทำให้ทรัพย์สินตามมาตรา ๑๕ กลับคืนสู่สภาพเดิม หรือในกรณีอื่น
ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ในการดำเนินการติดตามเอาคืนทรัพย์สินของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ผู้ว่าการอาจหักเงินที่ได้มาเป็นค่าใช้จ่ายที่เสียไปได้ตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดโดยตกลง
กับกระทรวงการคลัง

หลักเกณฑ์ วิธีการเก็บรักษา และส่งคืนทรัพย์สินของรัฐตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยตกลงกับกระทรวงการคลัง

มาตรา ๓๐  ถ้าความปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่ติดตามเอาคืนมาไม่ใช่ทรัพย์สินของรัฐหรือการเอาไปซึ่งทรัพย์สินของรัฐดังกล่าวเป็นการเอาไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้คืนทรัพย์สินนั้นพร้อมค่าเสื่อมสภาพและค่าเสียหายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ถ้าไม่อาจคืนทรัพย์สินได้ ให้ชดใช้
ราคาทรัพย์สินตามราคาที่ประเมินได้ในวันที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น หรือตามราคาที่ได้จากการ
ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น แล้วแต่กรณี

คณะกรรมการอาจวางระเบียบเกี่ยวกับการประเมินค่าเสื่อมสภาพและค่าเสียหาย
ตามวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ๓๑  ให้ยื่นคำร้อง คำฟ้อง และดำเนินคดีตามพระราชบัญญัตินี้ในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เว้นแต่การยื่นคำร้อง คำฟ้อง และดำเนินคดีเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินทางปัญญาของรัฐหรือที่มีมูลคดีเกี่ยวข้อง
ก็ให้ดำเนินการในศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัตินี้โดยใช้ระบบไต่สวนเพื่อให้การดำเนินคดีทางศาลเป็นไป
โดยความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมาใช้บังคับ
โดยอนุโลม

ข้อกำหนดตามวรรคสองเมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

หมวด ๓

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

                  

 

มาตรา ๓๒  ในกรณีที่ประเทศไทยได้รับการร้องขอให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด
ทางแพ่งตามพระราชบัญญัตินี้จากต่างประเทศ ให้ผู้ประสานงานกลางพิจารณาให้ความร่วมมือกับประเทศที่ร้องขอตามพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาระหว่างกัน ในกรณีที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างกัน
ให้พิจารณาบนพื้นฐานของหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน  

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้หน่วยงานของรัฐที่ได้รับการประสาน
จากผู้ประสานงานกลาง ให้ความร่วมมือในการไต่สวนข้อเท็จจริง ฟ้องร้อง ดำเนินคดี หรือดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๓๓  ในการไต่สวนข้อเท็จจริง หากมีเหตุที่จะต้องขอความร่วมมือจาก
รัฐต่างประเทศ ให้หน่วยงานของรัฐหรือผู้ว่าการส่งคำร้องขอความช่วยเหลือไปให้ผู้ประสานงานกลางพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

มาตรา ๓๔  ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย เป็นผู้ประสานงานกลาง และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากประเทศผู้ร้องขอและส่งให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

(๒) รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐและส่งให้ประเทศผู้รับคำร้องขอ

(๓) พิจารณาและวินิจฉัยว่าควรให้ความร่วมมือหรือขอความช่วยเหลือหรือไม่
โดย
ให้คำนึงถึงคำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศด้วย

(๔) ติดตามและเร่งรัดการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศเสร็จสิ้นโดยเร็ว

(๕) ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามมาตรานี้

(๖) ดำเนินการอย่างอื่นเพื่อให้การให้หรือการขอความช่วยเหลือตามหมวดนี้บรรลุผล

หมวด ๔ 

บทกำหนดโทษ

                  

 

มาตรา ๓๕  เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน สถานที่ทำการ หรือสถานที่อื่นใด
ตามมาตรา ๒๓ ซึ่งขัดขืนไม่ยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่อื่นนั้น
โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๓๖  ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๓๗  ผู้ใดยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย
ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินของรัฐที่พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตาม
และเรียกคืนไว้แล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

บทเฉพาะกาล

                  

 

มาตรา ๓๘  บรรดาคดีติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นต่อไปและให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

 

   ผู้รับสนองพระราชโองการ

 

 

   .........................................

   นายกรัฐมนตรี


ความเป็นมาและเหตุผล
วัตถุประสงค์
หลักเกณฑ์ในการ
รับฟังความคิดเห็น
ร่างกฎหมายที่จัดให้มีการ
รับฟังความคิดเห็น
  
:: ความคืบหน้า ::
   
ร่างพระราชบัญญัติมาตรการติดตามทรัพย์สินของรัฐคืนจากการเอาไปโดยมิชอบ พ.ศ. ....
- บันทึกสำนักงานฯ
ประกอบร่างฯ
:: ร่างฯ ครั้งที่๑ ::
- แสดงความคิดเห็นรายประเด็น
   ++ ทุกประเด็น
   ++ เฉพาะบางประเด็น
- แสดงความคิดเห็นรายมาตรา
   ++ ทุกมาตรา
   ++ เฉพาะบางมาตรา
- สรุปความคิดเห็น
และบทวิเคราะห์

:: ร่างฯ ครั้งที่๒ ::
- แสดงความคิดเห็นรายประเด็น
   ++ ทุกประเด็น
   ++ เฉพาะบางประเด็น
- แสดงความคิดเห็นรายมาตรา
   ++ ทุกมาตรา
   ++ เฉพาะบางมาตรา
- แสดงความคิดเห็นโดยรวม
- สรุปความคิดเห็น
และบทวิเคราะห์

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
การแสดงความคิดเห็น

:: ร่างฯ ครั้งที่๓ ::
   

บริการอื่น ๆ
เสนอแนะ - ติชมเว็บไซต์

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับจอภาพขนาด 1,024 x 768 พิกเซล