พระราชบัญญัติ

ยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

พ.ศ. ๒๕๕๐

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เป็นปีที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

 

โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา พ.ศ. ๒๕๕๐”

 

มาตรา ๒[๑]  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้ยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งจัดตั้งตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกำหนดจัดสรรทุนสำรองเงินตราเกินจำนวนธนบัตรออกใช้ พ.ศ. ๒๔๙๘

 

มาตรา ๔  ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งได้ยุบเลิกไปตามความในมาตรา ๓ ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี

 

มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งบุคคลขึ้นคณะหนึ่งจำนวนไม่เกินเจ็ดคนเป็นคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำระบัญชี

 

มาตรา ๖  ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด โดยจ่ายจากทรัพย์สินของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

มาตรา ๗  ภายใต้บังคับมาตรา ๘ ให้นำบทบัญญัติหมวด ๕ ลักษณะ ๒๒ ในบรรพ ๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับแก่อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยอนุโลม

 

มาตรา ๘  ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจดำเนินคดีแทนทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสำหรับคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและให้โอนสิทธิและความรับผิดของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดจากคดีดังกล่าวไปเป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

 

มาตรา ๙  ให้โอนเงินของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบำนาญและสวัสดิการของพนักงานของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา  ทั้งนี้ ตามจำนวนที่คณะกรรมการผู้ชำระบัญชี และธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้ตกลงกัน

 

มาตรา ๑๐  เมื่อเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอรายงานการชำระบัญชีภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่เสร็จการชำระบัญชีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติและเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป  ทั้งนี้ ให้ถือว่าวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นวันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี

(๒) โอนทรัพย์สินที่ยังคงเหลือให้แก่กระทรวงการคลัง ส่วนเงินที่ยังคงเหลือให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน  ทั้งนี้ ต้องกระทำโดยไม่ชักช้า

(๓) มอบสมุด บัญชี และเอกสารทั้งหมดของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราให้แก่กระทรวงการคลังภายในสิบสี่วันนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชีและให้กระทรวงการคลังเก็บรักษาไว้สิบปีนับแต่วันดังกล่าว

สมุด บัญชี และเอกสารที่มอบให้แก่กระทรวงการคลังตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตรวจดูได้โดยไม่ต้องเรียกค่าธรรมเนียม

 

มาตรา ๑๑  พนักงานของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ถ้าสมัครใจจะโอนไปปฏิบัติงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย และได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนพนักงานผู้นั้นไปเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยให้ได้รับเงินเดือน สิทธิ และประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมจนกว่าจะได้มีการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้

การโอนพนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากงานเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งโดยให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ เงินชดเชย และผลประโยชน์ตามระเบียบทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ว่าด้วยการช่วยเหลือสวัสดิการพนักงานทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

มาตรา ๑๒  ให้พนักงานของทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งมีสิทธิได้รับบำนาญและสวัสดิการตามระเบียบทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ว่าด้วยการช่วยเหลือสวัสดิการพนักงานทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา รับเงินบำนาญและเงินสวัสดิการจากธนาคารแห่งประเทศไทย  ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าบำนาญและสวัสดิการที่เคยได้รับอยู่เดิม

 

มาตรา ๑๓  เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่อ้างถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราประกาศกำหนดให้ถือว่าอ้างถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ

 

มาตรา ๑๔  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำหน้าที่ดำเนินการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวอีกต่อไป สมควรยุบเลิกทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและกำหนดวิธีจัดการทรัพย์สิน  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริญสินีย์/แก้ไข

วศิน/ตรวจ

๔ ตุลาคม ๒๕๕๓

หยก/ปรับปรุง

๓ เมษายน ๒๕๕๖

สุพิชชา/ตรวจ

๑๐ เมษายน ๒๕๕๖

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๑/๘ สิงหาคม ๒๕๕๐