พระราชกำหนด

เหรียญชัยสมรภูมิ

พุทธศักราช ๒๔๘๔

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ. พิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔

เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

โดยที่ทหาร ตำรวจ และผู้กระทำหน้าที่อย่างทหารหรือตำรวจได้กระทำการรบกับราชศัตรู สมควรที่จะให้มีเหรียญเพื่อพระราชทานแก่ผู้กระทำการรบนั้น

 

จึ่งมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดั่งต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชกำหนดนี้ให้เรียกว่า “พระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔”

 

มาตรา ๒[๑]  ให้ใช้พระราชกำหนดนี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้มีเหรียญเพื่อพระราชทานแก่ผู้ที่กระทำการรบขึ้นอีกชนิดหนึ่ง มีนามว่า “เหรียญชัยสมรภูมิ” อักษรย่อ ช.ส.

 

มาตรา ๔[๒]  เหรียญชัยสมรภูมินี้ มีลักษณะเป็นเหรียญโลหะกลม ด้านหน้ามีพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกำลังทรงกระทำยุทธหัตถีกับราชศัตรู มีอักษรจารึกว่า “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้ชาติ” ด้านหลังมีอักษรจารึกว่า “เรารบเพื่อเกียรติศักดิ์ไทย” ตัวเหรียญห้อยกับแพรแถบสีแดง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีริ้วสีขาวใกล้ขอบทั้งสองข้าง ข้างบนมีเข็มโลหะรูปคทาจอมพลจารึกอักษรว่า “ชัยสมรภูมิ” หรือกับแพรแถบสี ขนาด และลักษณะอื่นตามที่จะได้กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำการรบกับราชศัตรูในการรบเฉพาะคราว

 

มาตรา ๕[๓]  เหรียญชัยสมรภูมินี้ จะพระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ และผู้กระทำหน้าที่อย่างทหารหรือตำรวจบรรดาที่ได้รับคำสั่งจากหน่วยทหารหรือตำรวจให้ไปกระทำการรบและได้เคลื่อนที่ไปแล้ว

ถ้าผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิได้กระทำการจนได้รับความชมเชยจากทางราชการ หรือกระทำความชอบมีบาดเจ็บ จะได้รับพระราชทานเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปขีดประกอบด้วยเปลวระเบิดสำหรับติดที่แพรแถบทุกครั้ง

ถ้าผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิได้ประกอบวีรกรรม แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ จะได้รับพระราชทานเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ช่อเดียวสำหรับติดที่แพรแถบทุกครั้ง

 

มาตรา ๖[๔]  (ยกเลิก)

 

มาตรา ๗  ถ้าผู้ที่สมควรได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิวายชนม์เสียก่อนได้รับพระราชทาน จะได้พระราชทานแก่ทายาทคนใดคนหนึ่งของผู้นั้นเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงความดีของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ทายาทหามีสิทธิที่จะประดับไม่

 

มาตรา ๘  เหรียญชัยสมรภูมินี้พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับ เมื่อผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์ ให้ทายาทโดยธรรมรักษาไว้เป็นที่ระลึก ถ้าผู้ได้รับพระราชทานก็ดี ทายาทโดยธรรมก็ดี กระทำความผิดร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ อาจทรงเรียกคืนได้ ถ้าส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใด ๆ ภายในกำหนด ๑ เดือน ต้องใช้ราคาเหรียญนั้น

 

มาตรา ๙  ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการให้เป็นไปตามพระราชกำหนดนี้ และให้มีอำนาจวางระเบียบการเกี่ยวกับการประดับเหรียญและกรณีที่จะให้ประดับเหรียญ

ระเบียบการนี้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

                     


พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔[๕]

 

มาตรา ๓  สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาลงมติอนุมัติพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕๒ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๔

 

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พุทธศักราช ๒๔๘๕[๖]

 

มาตรา ๕  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕[๗]

 

มาตรา ๔  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔[๘] (ยกเลิก)[๙]

 

โดยที่คณะปฏิวัติเห็นว่า ทหาร ตำรวจ และผู้กระทำหน้าที่อย่างทหารหรือตำรวจซึ่งได้ประกอบวีรกรรมแม้ยังไม่ถึงขั้นที่จะได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ แต่ควรที่จะได้รับเครื่องหมายเป็นเครื่องเชิดชูวีรกรรมนั้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเหรียญชัยสมรภูมิเพื่อให้มีบทบัญญัติว่าด้วยเครื่องหมายสำหรับผู้ประกอบวีรกรรม

 

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙[๑๐]

 

มาตรา ๓  ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔

 

มาตรา ๕  บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งใด อ้างถึงประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ หรืออ้างถึงบทบัญญัติแห่งประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงพระราชบัญญัตินี้ หรืออ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน แล้วแต่กรณี

 

มาตรา ๖  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ ว่าด้วยเหรียญชัยสมรภูมิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ แห่งพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ได้ออกใช้บังคับในระหว่างที่มีการปกครองโดยคณะปฏิวัติและใช้ชื่อว่าประกาศของคณะปฏิวัติ สมควรปรับปรุงรูปแบบและบทบัญญัติของกฎหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวให้เป็นพระราชบัญญัติเพื่อให้เป็นไปตามวิธีการตรากฎหมายในระบบปกติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฐิติพร/จัดทำ

๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

 

ปณตภร/ตรวจ

๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

 

 

 

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/-/หน้า ๑๖๓/๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๔

[๒] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕

[๓] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๔] มาตรา ๖ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พุทธศักราช ๒๔๘๕

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/-/หน้า ๙๐๒/๘ กรกฎาคม ๒๔๘๔

[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๓๐/หน้า ๙๖๕/๕ พฤษภาคม ๒๔๘๕

[๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๖๗/หน้า ๑๙๑๕/๒๐ ตุลาคม ๒๔๘๕

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๘/ตอนที่ ๑๔๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๔

[๙] ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๗ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเหรียญชัยสมรภูมิ พุทธศักราช ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๑/๓ ตุลาคม ๒๕๓๙