สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๔๕

 

ต่อศักดิ์  คุ้มปลั่ง[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล ในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยปัจจุบันการประกอบธุรกิจทางการเงินในระบบสถาบันการเงินโดยทั่วไปผูกพันอยู่กับระบบดอกเบี้ย อันขัดหรือแย้งกับหลักการของศาสนาอิสลามซึ่งห้ามมิให้ดำเนินธุรกิจทางการเงินที่ผูกพันกับดอกเบี้ย จึงสมควรจัดตั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อประกอบธุรกิจทางการเงินและประกอบกิจการอื่นให้สอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม ซึ่งจะส่งเสริมและสนับสนุนการระดมเงินออมและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะเป็นการอำนวยประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

๒. สาระสำคัญ พระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๔๕ มีสาระสำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งตามหมวดได้ดังนี้

๒.๑ การจัดตั้งและเงินทุน

          การจัดตั้งธนาคารนั้นให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียงและจัดตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทน ณ ที่ใดภายในหรือนอกราชอาณาจักรก็ได้ให้ธนาคารกำหนดทุนเรือนหุ้นของธนาคารไว้หนึ่งพันล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญหนึ่งร้อยล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละสิบบาท โดยให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กระทรวงการคลังหรือบุคคลอื่น กระทรวงการคลังนั้นจะซื้อหุ้นของธนาคารได้ไม่เกินร้อยละสี่สิบเก้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เมื่อมีผู้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมด ให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน ๗ คน ซึ่งจะกล่าวในหมวด ๓ ต่อไป ให้จัดให้มีการนัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปรึกษากิจการต่างๆ

          อีกทั้งยังกำหนดให้ธนาคารต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลที่มีสัญชาติไทย ถืออยู่ไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยต้องไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

๒.๒ วัตถุประสงค์

          ในหมวดนี้ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่ผูกพันกับดอกเบี้ยอีกทั้งยังกำหนดวัตถุประสงค์ต่างๆไว้อีก อาทิเช่น

() รับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้

() รับฝากเงินเพื่อการลงทุน

() ทำธุรกิจเงินตราต่างประเทศของธนาคาร

() ออก ขาย ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตราสารทางการเงินหรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของผู้รับประโยชน์ในตราสารนั้น

() ให้ยืมหรือบริการทางการเงินในรูปอื่นที่เป็นประเพณีปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่นในด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

() รับประกันความเสี่ยงในเชิงพาณิชย์ในการลงทุนของผู้ลงทุนไทยในต่างประเทศ

() เรียกเก็บส่วนลด ค่าธรรมเนียม และค่าบริการอื่นๆ อันเนื่องมาจากการให้กู้ยืมเงิน ซื้อ ซื้อลด รับช่วงซื้อลด การค้ำประกัน และการให้บริการอื่น

() จัดการบัญชีซะกาต

() เป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่านายหน้าหรือบำเหน็จเป็นการตอบแทนในทางการค้า

(๑๐) เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการจัดหาเงินให้ยืมหรือเงินลงทุนให้แก่กิจการอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือการจัดการให้ยืมหรือการลงทุนแก่กิจการดังกล่าว

(๑๑) กิจการอันพึงเป็นงานธนาคารตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง

(๑๒) กิจการอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับ เกี่ยวเนื่อง หรือสนับสนุนในการจัดการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของธนาคารตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

การดำเนินกิจการของธนาคารจะต้องไม่ขัดกับหลักการของศาสนาอิสลาม

๒.๓ การจัดการ

          ได้กำหนดให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยจำนวน ๗ คน ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านศาสนาอิสลามอย่างน้อย ๒ คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน การธนาคารหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่กิจการของธนาคารเป็นกรรมการ และให้แต่งตั้งประธานกรรมการขึ้นคนหนึ่งคณะกรรมการอาจจะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งไม่มีลักษณะต้องห้ามทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรก ให้เลือกตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก ๒ คนรวมทั้งสิ้นเป็น ๙ คน คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและกำกับดูแลซึ่งกิจการของธนาคารในขอบวัตถุประสงค์ของธนาคาร กรรมการชุดนี้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และเมื่อครบ ๑ ปี นับแต่วันที่มีการประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกให้กรรมการ ๗ คนแรกที่กรรมการแต่งตั้งออกจากตำแหน่ง ๒ คน โดยวิธีการจับสลากและในทุกปีถัดไปให้กรรมการที่เหลือจับสลามออกจากตำแหน่งทีละ ๒ คน และให้ถือว่าการจับสลากออกเป็นการออกตามวาระ เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมขึ้นใหม่

๒.๔ ผู้จัดการ

          ได้กำหนดให้คณะกรรมมีอำนาจทำการแต่งตั้งผู้จัดการขึ้นโดยอาจเป็นกรรมการคนใดก็ได้เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของธนาคารและเป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการอีกทั้งยังมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง

๒.๕ คณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

          ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย ประธานที่ปรึกษา และที่ปรึกษาอื่นอีกไม่เกินสี่คน มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการเกี่ยวกับหลักการของศาสนาอิสลามที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อให้การประกอบธุรกิจของธนาคารไม่ขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

๒.๖ การกำกับ การดำเนินงานและการควบคุม

          ให้ธนาคารดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ธนาคารดำรงเงินสดสำรองและดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นอัตราส่วนกับเงินฝากและเงินให้ยืม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี ให้คณะกรรมการจัดสรรเป็นเงินสำรองไว้ในกิจการของธนาคารไม่ต่ำกว่าร้อยละสิบของกำไรสุทธิ และเมื่อเงินสำรองมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วหรือมากกว่านั้น คณะกรรมการจะงดการจัดสรรหรือลดจำนวนเงินที่จะต้องจัดสรรเป็นเงินสำรองก็ได้ อีกทั้งยังให้อำนาจรัฐมนตรีสามารถกำกับดูแลซึ่งกิจการของธนาคาร และสั่งให้ธนาคารชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคาร รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแล

๒.๗ การสอบบัญชีและรายงาน

          การสอบบัญชีของธนาคารนั้นคณะกรรมการจัดให้มีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ส่วนในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกนั้น ให้คณะกรรมการโดยความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่งตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อสอบบัญชีของธนาคารประจำปีบัญชีแรก และภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี ให้คณะกรรมการเสนองบดุล บัญชีกำไรขาดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองแล้วต่อที่ประชุมสามัญประจำปีเพื่อพิจารณา และให้คณะกรรมการเสนอรายงานกิจการประจำปีของธนาคารต่อที่ประชุมสามัญประจำปีพร้อมกันด้วยและให้รายงานต่อรัฐมนตรี

๒.๘ การตรวจสอบ

          ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์ ลูกหนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องของธนาคารและให้อำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

() สั่งให้กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร ผู้สอบบัญชีของธนาคาร และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของธนาคารด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับกิจการสินทรัพย์ และหนี้สินของธนาคาร ส่งสำเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตราหรือหลักฐานอื่น

() เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของธนาคาร หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของธนาคารด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ของธนาคาร

() ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสาร หรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ในการออกคำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวจะต้องระบุเหตุผลความจำเป็นและสิทธิของผู้ถูกยึดหรืออายัดนั้น

() เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดำเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของลูกหนี้ของธนาคารรวมทั้งสั่งให้ลูกหนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ ส่งสำเนา หรือแสดงสมุดและบัญชี เอกสาร ดวงตราหรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้หรือผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย

๒.๙ บทกำหนดโทษ

          เป็นหมวดที่กำหนดถึงบทลงโทษของผู้ที่ฝ่าฝืน หรือได้นำกิจการที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยไปเปิดเผย รวมทั้งบทลงโทษความผิดที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการหรือพนักงาน เป็นต้น

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๔)

พระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๔๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๑๐๘ ก หน้า ๑  ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

 

                  

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พฤษภาคม ๒๕๔๗

 



[๑] นิติกร  ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา