สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.. ๒๕๒๘

 

จีระ  พุ่มพวง

 

๑.  หลักการและเหตุผล คือ เพื่อจัดตั้งการกีฬาแห่งประเทศไทยขึ้นแทนองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยและให้การกีฬาแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมการกีฬาและควบคุมการดำเนินกิจการกีฬาได้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สมควรยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย และเนื่องจากมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๘ บัญญัติให้กรรมการสมาคมกีฬามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ทำให้ผู้มีความรู้ความชำนาญงานในด้านการกีฬาไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้ต่อเนื่องติดต่อกันได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาในอันที่จะให้เกิดประโยชน์แก่สมาคม สมควรแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมกีฬาเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

๒.  สาระสำคัญของพระราชบัญญัตินี้ มีดังนี้

กำหนดให้จัดตั้ง “การกีฬาแห่งประเทศไทย” เรียกโดยย่อว่า “กกทหรือ “SPORTS AUTHORITY OF THAILAND” เรียกโดยย่อว่า “SAT” มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ เพื่อส่งเสริมการกีฬา ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานเกี่ยวกับการกีฬา ศึกษา วิเคราะห์และจัดทำโครงการแผนงานและสถิติเกี่ยวกับการส่งเสริมการกีฬา รวมทั้งประเมินผล จัดช่วยเหลือ แนะนำและร่วมมือในการจัดและดำเนินการการกีฬา สำรวจ จัดสร้างและบูรณะสถานที่สำหรับการกีฬา ประกอบกิจการอื่นๆ อันเกี่ยวแก่หรือเพื่อประโยชน์ของการกีฬา นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีอำนาจในการถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีทรัพยสิทธิต่างๆ กู้หรือยืมเงินภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรหรือให้กู้หรือให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่กิจการของการกีฬาแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่ กกท. ต้องเสนอเรื่องใดๆ ไปยังคณะรัฐมนตรีให้ กกท. นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี และในกรณีดำเนินการกู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินเกินคราวละห้าล้านบาท จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์อันมีราคาเกินหนึ่งล้านบาทและจำหน่ายทรัพย์สินอันมีราคาเกินหนึ่งล้านบาทจากบัญชีเป็นสูญ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน

 

เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินงานหรือกิจการตามวัตถุประสงค์ ทุนของ กกท. ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินที่โอนมาจากองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทยเมื่อได้หักหนี้สินออกแล้ว เงินที่ได้จากงบประมาณแผ่นดิน เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้และรายได้จากการดำเนินงานในปีหนึ่งๆ ซึ่งรายได้เช่นว่านี้มาจากทรัพย์สินของ กกท. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล รายได้จากการแข่งขันกีฬาและรายได้อื่น เงินสำรองประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อการไถ่ถอนหนี้สินและเงินสำรองอื่นๆตามความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

การกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องจัดทำงบประมาณประจำปี รายได้จากการดำเนินงานในปีหนึ่งๆ ให้ตกเป็นของ กกท. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดย กกท. ต้องเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารอื่นตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด ต้องจัดทำงบดุล บัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี

 

กำหนดให้มี “คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย” มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ กกท.รวมทั้งออกข้อบังคับและระเบียบต่างๆเพื่อให้การเป็นไปตามกฎหมายนี้

ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีหน้าที่บริหารกิจการของ กกท. ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยและตามนโยบาย ข้อบังคับ และระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดกับมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง  และให้รองผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของ กกท. ตามที่ผู้ว่าการมอบหมาย

ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้ผู้ว่าการเป็นผู้แทนของ กกท. และเพื่อการนี้ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้บุคคลใดๆ ปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ โดยเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดและนิติกรรมใดนี้ผู้ว่าการกระทำโดยฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบย่อมไม่ผูกพัน กกท. เว้นแต่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยจะให้สัตยาบัน

นอกจากนั้นยังกำหนดให้มี “คณะกรรมการกีฬาจังหวัด”ในแต่ละจังหวัด เพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด เสนอแนะโครงการส่งเสริมการกีฬาในจังหวัดต่อ กกท. และร่วมมือกับ กกท. ในการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬา รวมทั้งปฏิบัติการอื่นตามที่ กกท. มอบหมาย  

 

เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมกีฬา คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย มีอำนาจให้ทุนหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือแก่คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อใช้ในการส่งเสริมกิจการกีฬา และในกรณีเห็นเป็นการสมควร คณะกรรมการอาจจัดให้มีกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของนักกีฬาหรือบุคคลในวงการกีฬาก็ได้ซึ่งถ้าสมาคมกีฬาใดประสงค์จะขอรับทุนหรือทรัพย์สินช่วยเหลือ สามารถยื่นคำขอต่อ กกท. โดยจัดทำโครงการการกีฬาเพื่อขอรับการช่วยเหลือมาพร้อมกับแบบคำขอที่ได้เสนอต่อ กกทคณะกรรมการอาจให้สมาคมกีฬาได้รับสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวกับการส่งเสริมการกีฬาอย่างใดด้วยก็ได้

นอกจากนั้นแล้วในกรณีพนักงานและลูกจ้างพ้นจากตำแหน่ง ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ตายหรือกรณีอื่นๆมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด  และให้ กกท. จัดให้มีกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการของพนักงาน ลูกจ้างและครอบครัวในกรณีดังกล่าว

 

เพื่อเป็นการควบคุมการกีฬา ในกรณีที่สมาคมใดประสงค์จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับการกีฬาจะต้องได้รับอนุญาตจาก กกท.และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่ กกท.กำหนด สมาคม สโมสรหรือคณะบุคคลใดซึ่งมีกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาในนามของชาติหรือของประเทศไทยประสงค์จะใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย”หรือเครื่องหมายหรืออักษรใดที่มีความหมายทำนองเดียวกัน จัดหรือร่วมในการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาในนามของชาติหรือประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากการกีฬาแห่งประเทศไทยก่อน

กรณีสมาคม สโมสรใดฝ่าฝืนกรณีดังกล่าวก็ดี คณะบุคคลหรือสโมสรใดให้หรือยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการดำเนินกิจการในหน้าที่ของกรรมการหรือยอมให้บุคคลซึ่งขาดคุณสมบัติเป็นกรรมการก็ดีหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ กกท.กำหนดหรือการกระทำของสมาคมผิดต่อกฎหมาย กกท.มีอำนาจเพิกถอนการอนุญาตที่ให้ไว้แก่สมาคมหรือสโมสรดังกล่าวและสมาคมหรือสโมสรที่ถูกเพิกถอน ต้องเลิกและหยุดดำเนินการทันที

 

พระราชบัญญัตินี้ยังได้กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้โฆษณา ชี้ชวนหรือจัดการให้คณะบุคคลหรือบุคคลใดเข้าเป็นสมาชิกหรือกระทำการใดๆ อันเป็นส่งเสริมหรือสนับสนุนการดำรงอยู่ของสมาคมที่มิได้รับอนุญาตจาก กกท. หรือซึ่ง กกท. ได้เพิกถอนการอนุญาตที่ให้ไว้

ให้นิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคล ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นๆ ด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคล

 

.  ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้กฎหมาย

 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

กรณีวันใช้บังคับ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                  

 

 

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๗



นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รก.๒๕๒๘/๑พ/๑๔๙/๒๗ ต.ค.๒๕๒๘