สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ

ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย

พ.ศ. ๒๕๑๙

สราวุฒิ  ล้ออัศจรรย์[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันราชอาณาจักรของกองทัพอากาศ เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีความจำเป็นต้องทำการตรวจอากาศยานในอากาศทุกเครื่องต่อเนื่องกันตลอดเวลา (ใช้บังคับกับการเดินอากาศของอากาศยานในราชการทหาร ราชการตำรวจ และราชการส่วนอื่นด้วย) และในการปฏิบัติการพิสูจน์ฝ่าย ถ้าปรากฏว่าหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าอากาศยานเครื่องใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศยานหรือกฎหมายอื่น สมควรให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจสั่งหรือบังคับให้อากาศยานนั้นลงยังสนามบินหรือสถานที่อื่นใดได้ ตลอดจนสามารถใช้อาวุธบังคับได้ตามความจำเป็น  จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

 

๒. สาระสำคัญ

ผู้ควบคุมอากาศยาน(เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์)ที่จะทำการบินในประเทศต้องแจ้งกำหนดการใช้อากาศยานและแผนการบินต่อส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเดินอากาศหรือเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

กรณีเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยอย่างหนึ่งอย่างใดว่า

๑.อากาศยานเครื่องใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่ได้แจ้งกำหนดการใช้อากาศยานและแผนการบินต่อส่วนราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเดินอากาศหรือเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ

๒.มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ หรืออนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการขึ้นลงของอากาศยาน เส้นทางบิน การบินเข้า หรือผ่านเขตห้ามหรือเขตจำกัดการบิน การใช้เครื่องถ่ายภาพในอากาศยานหรือจากอากาศยาน การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือทิ้งร่มอากาศ การพาอาวุธยุทธภัณฑ์ไปกับอากาศยาน การบินออกไปนอกราชอาณาจักร หรือการบินผ่านหรือขึ้นลงในราชอาณาจักร

๓.หากอากาศยานเครื่องใดมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายแก่ราชอาณาจักรหรือมีการกระทำความผิดอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือเป็นภัยต่อสาธารณะ

๔.มีการกระทำความผิดอื่นเกิดขึ้นในอากาศยานหรือโดยใช้อากาศยานเป็นพาหนะ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้น

ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจทำการพิสูจน์ฝ่าย โดยการสอบถาม ตรวจพิสูจน์สัญชาติและทะเบียนอากาศยาน ร่วมกับการสอบทานแผนการบิน รวมถึงรายละเอียดของเครื่องบิน

ถ้าผลของการพิสูจน์ฝ่ายทำให้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอากาศยานเครื่องใดได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจสั่งหรือบังคับให้อากาศยานที่ตรวจพบนั้น ลงยังสนามบิน หรือที่ขึ้นลงชั่วคราวแห่งใดแห่งหนึ่งได้ และในกรณีที่จำเป็นให้มีอำนาจใช้อาวุธประจำอากาศยานบังคับได้ (มาตรา ๖และ๗)

เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารอากาศได้สั่งหรือบังคับให้อากาศยานใดลงยังสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจปฏิบัติต่ออากาศยาน ผู้ควบคุมอากาศยานและบุคคลในอากาศยานดังต่อไปนี้

๑.ตรวจและค้นอากาศยานที่ถูกบังคับลง

๒.สอบสวนผู้ควบคุมอากาศยานและบุคคลในอากาศยานนั้น

๓.ถ้าการตรวจค้นอากาศยานหรือการสอบสวนปรากฏว่ามีสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจจับและควบคุมผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดนั้นไว้เพื่อทำการสอบสวนได้ไม่เกินเจ็ดวัน ก่อนที่จะส่งตัวพร้อมกับสิ่งของที่ผิดกฎหมายให้พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนเท่าที่ทำไว้ หรือจะส่งตัวบุคคลดังกล่าวพร้อมกับสิ่งของที่ผิดกฎหมายให้พนักงานสอบสวนในทันทีโดยตนไม่ทำการสอบสวนก็ได้

๔.ยึดอากาศยานนั้นไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีจนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่ถ้าความปรากฏจากการสอบสวนว่าผู้ควบคุมอากาศยานนั้นไม่มีเจตนาฝ่าฝืนการใช้อากาศยานหรือแผนการบิน และไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือไม่มีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดในอากาศยานนั้น ให้ปล่อยอากาศยานนั้นไปได้

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารอากาศได้กระทำไปโดยสุจริต ค่าภาระและค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเก็บรักษาอากาศยานที่ยึดไว้ตาม (๔) ให้ผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าของอากาศยานเป็นผู้รับผิด(มาตรา ๘)

กรณีที่ทำการพิสูจน์ฝ่ายหรือในกรณีที่มีการบังคับให้อากาศยานลงสู่พื้นดิน หากปรากฏว่าการที่เจ้าหน้าที่ทหารอากาศต้องส่งอากาศยานขึ้นพิสูจน์ฝ่ายหรือบังคับให้อากาศยานใดลงสู่พื้นดินนั้น ได้กระทำเพราะเหตุที่มีการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ อนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ หรือกฎหมายอื่น หรือเพราะเหตุเพื่อป้องกันภยันตรายแก่ราชอาณาจักร ให้กองทัพอากาศมีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ฝ่ายหรือการบังคับให้อากาศยานลงสู่พื้นดินจากผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าของอากาศยานนั้น

ค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ฝ่ายหรือการบังคับให้อากาศยานลงสู่พื้นดินตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าของอากาศยานนั้นชำระให้แก่กองทัพอากาศภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากกองทัพอากาศ

ในกรณีที่ผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าของอากาศยานไม่ชำระค่าใช้จ่ายตามวรรคสอง ให้เจ้าหน้าที่ทหารอากาศมีอำนาจยึดอากาศยานไว้จนกว่าจะได้รับชำระค่าใช้จ่าย หรือได้รับหลักประกันตามที่เห็นสมควรและเพียงพอกับค่าใช้จ่าย

ค่าภาระและค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเก็บรักษาอากาศยานที่ยึดไว้ตามวรรคสาม ให้ผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าของอากาศยานเป็นผู้รับผิด(มาตรา ๑๒)

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย(มาตรา ๑๕)

พระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๑๙ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๓ ตอนที่ ๑๔๔ หน้า ๒๔ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐(มาตรา ๒)

                       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มิถุนายน ๒๕๔๗



[๑] นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา