สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติาชบัณฑิตยสถาน .. ๒๕๔๔

 

ศุภสรณ์ รุ่งโรจน์วุฒิกุล*

 

. หลักการและเหตุผล คือ โดยที่พระราชบัญญัติราชัณฑิตยสถานพุทธศักราช ๒๔๘๕ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานประกอบกับงานในหน้าที่ของาชบัณฑิตยสถานได้ขยายตัวออกไปมากทั้งในด้านการค้นคว้า วิจัย และการให้บริการทางวิชาการก่รัฐบาล หน่วยงานของรัฐและประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานปรับปรุงและตรวจชำระจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้สมบูรณ์และทันสมัยเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเขียน การ่าน และการพูดภาษาไทยให้ถูกต้องเป็นระเบียบเดียวกัน งานจัดทำสารานุกรม อักขรานุกรม นุกรมวิธาน ทางวิชาการสาขาต่าง ๆ งานจัดทำพจนานุกรมและบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาที่ำคัญๆ งานบัญญัติศัพท์วิชาการภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยเพื่อให้ประชาชนใช้ในการศึกษา้นคว้าหนังสือตำราภาษาต่างประเทศ และส่งเสริมให้มีการใช้ศัพท์วิชาการภาษาไทยแทนศัพท์าษาต่างประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวิชาการในการนุรักษ์ภาษาไทย เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งภาษาไทย ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทภาระน้าที่และสภาพการณ์ในปัจจุบันของราชบัณฑิตยสถาน สมควรปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ระบบริหารงานด้านวิชาการและด้านบริหารและขยายอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานในการสร้างรรค์ทางวิชาการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

.สาระสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้ราชบัณฑิตยสถานที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติราชัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นราชบัณฑิตยสถานตามพระราชบัญญัตินี้และให้ราชบัณฑิตยสถานเป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะป็นกรมซึ่งไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน (มาตรา ๔ ประกอบ มาตรา ๖)

พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของราชบัณฑิตยสถานไว้ดังต่อไปนี้ (มาตรา ๗)

() ค้นคว้า วิจัย และบำรุงสรรพวิชา แล้วนำผลงานที่ได้สร้างสรรค์ออกเผยแพร่ห้เป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศและประชาชน

() ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสานงานทางวิชาการกับองค์การปราชญ์ละสถาบันทางวิชาการอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

() ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือณะรัฐมนตรี

() ให้บริการทางวิชาการแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระตามัฐธรรมนูญ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานของเอกชน และระชาชน

() ดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำพจนานุกรม สารานุกรม อักขรานุกรม อนุกรมิธาน การบัญญัติศัพท์วิชาการสาขาต่าง ๆ รวมทั้งการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิชาการภาษาต่างระเทศเป็นภาษาไทยและงานวิชาการอื่น ๆ

() กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย การอนุรักษ์ภาษาไทยิให้แปรเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อม การส่งเสริมภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ปรากฏเด่นชัดิ่งขึ้น

() ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของราชัณฑิตยสถาน

โดยแบ่งงานทางวิชาการของราชบัณฑิตยสถานออกเป็นสำนัก ดังนี้ (มาตรา ๘)

() สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง

() สำนักวิทยาศาสตร์

() สำนักศิลปกรรม

การจัดตั้งสำนักขึ้นใหม่ การยุบ การวม หรือการแยกสำนัก ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (มาตรา ๑๑)

() ภาคีสมาชิก

() ราชบัณฑิต

() ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้ กำหนดให้มีสภาขึ้นในราชบัณฑิตยสถานสภาหนึ่งเรียกว่า “สภาราชบัณฑิต” ซึ่งประกอบไปด้วย (มาตรา ๒๒)

() นายกราชบัณฑิตยสถานตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เป็นนายกสภา

() อุปนายกราชบัณฑิตยสถานสองคน ตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เป็น

ุปนายกสภา

() ราชบัณฑิตทุกคน เป็นกรรมการสภา

ห้เลขาธิการราชบัณฑิตยสถานเป็นเลขานุการสภา และรองเลขาธิการราชัณฑิตยสถานเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภาโดยให้สภาราชบัณฑิตประชุมเลือกราชบัณฑิตเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกาชบัณฑิตยสถานคนหนึ่ง และเป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสถานสองคน แล้วเสนอชื่อไปยังนายกัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ลักเกณฑ์ และวิธีการในการเลือกนายกราชบัณฑิตยสถาน และอุปนายก าชบัณฑิตยสถานให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิต (มาตรา ๒๓) ซึ่งนายกราชบัณฑิตยสถานและอุปนายกราชบัณฑิตยสถาน มีวาระารดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระิดต่อกันมิได้ นกรณีที่นายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานพ้นจากำแหน่งตามวาระให้นายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถานซึ่งพ้นจากตำแหน่งงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่านายกราชบัณฑิตยสถานหรืออุปนายกราชบัณฑิตยสถาน แล้วแต่รณี ซึ่งได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่ (มาตรา ๒๖)

อำนาจหน้าที่ของสภาราชบัณฑิต มีดังต่อไปนี้ (มาตรา ๒๙)

() วางนโยบายในการดำเนินงานด้านวิชาการตามอำนาจหน้าที่ของราชัณฑิตยสถาน

() พิจารณาให้ความเห็นชอบในการกำหนดประเภทวิชาของสำนักและการบ่งวิชาแต่ละประเภทออกเป็นสาขาวิชาต่าง ๆ

() พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดตั้ง การรวม หรือการแยกสำนัก

() พิจารณาให้ความเห็นชอบในการออกข้อบังคับ และระเบียบเกี่ยวกับการำเนินงานของสภาราชบัณฑิต

() เลือกนายกราชบัณฑิตยสถาน อุปนายกราชบัณฑิตยสถาน รวมทั้งมีมติให้วามเห็นชอบในการเสนอแต่งตั้งราชบัณฑิตและราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์

() พิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของสภาราชัณฑิตตามที่นายกราชบัณฑิตยสถานเสนอ

อำนาจหน้าที่ของนายกราชบัณฑิตยสถาน (มาตรา ๒๔)

() เป็นผู้แทนของราชบัณฑิตยสถานในการดำเนินงานตามมาตรา ๗ ()

() กำกับดูแลการปฏิบัติงานของราชบัณฑิตยสถาน ทางด้านวิชาการให้เป็นไป

ามนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมติของสภาราชบัณฑิต

() แต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔

อำนาจหน้าที่ของอุปนายกราชบัณฑิตยสถานมีดังนี้ (มาตรา ๒๕)

() ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกราชบัณฑิตยสถานตามที่นายกราชบัณฑิตยสถาน

อบหมาย

() เป็นผู้รักษาการแทนนายกราชบัณฑิตยสถาน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงำแหน่งนายกราชบัณฑิตยสถาน หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

การประชุมสภาราชบัณฑิตให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาราชบัณฑิตห้มีการประชุมสภาราชบัณฑิตอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง เพื่อปรึกษา พิจารณาและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (าตรา ๓๐)

 

.ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม

พระราชบัญญัติฉบับนี้ (มาตรา ๕)

พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พ.. ๒๕๔๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๘ ตอนที่ ๑๐๔ก หน้า ๑ ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พฤษภาคม ๒๕๔๗



* นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา