สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติ ธนาคารออมสิน

พ.ศ. ๒๔๘๙

 

สุนันทา เอกไพศาลกุล*

 

๑. หลักการและเหตุผล  โดยที่พระราชบัญญัติธนาคารออมสินได้ประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ จึงได้มีการแก้ไขเพื่อให้ทันยุคทันสมัย ในปี ๒๕๔๒ รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะให้รัฐวิสาหกิจประเภทเกษตรกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การเงินและบริการ ซึ่งมิได้จัดตั้งขึ้นในรูปแบบของบริษัทจำกัด จะต้องนำรายได้ส่งเข้ารัฐในอัตราตามที่รัฐมนตรีกำหนด จึงมีการแก้ไขพระราชบัญญัติเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และในปี ๒๕๔๖ ได้มีการแก้ไของค์ประกอบ คุณสมบัติ การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การประชุม อำนาจหน้าที่และผลประโยชน์ตอบแทนของคณะกรรมการธนาคารออมสิน ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการธนาคารออมสินเพื่อให้การบริหารและดำเนินงานของธนาคารออมสินมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น และ ยกเลิกหลักเกณฑ์การจ่ายคืนเงินฝากหรือจ่ายคืนดอกเบี้ยให้แก่หญิงมีสามี โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๔๗๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่กำหนดให้สามีหรือภริยาสามารถจัดการสินสมรสนอกจากที่กฎหมายกำหนดไว้ได้โดยลำพัง

 

๒ สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ  ธนาคารออมสินเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๘ โดยมีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้ (มาตรา ๗)

. รับฝากเงินออมสิน

. ออกพันธบัตรออมสิน และสลากออมสิน

. รับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว

. ทำการรับจ่ายและโอนเงิน

. ซื้อหรือขายพันธบัตรรัฐบาลไทย ซึ่งการลงทุนในลักษณะเช่นนี้จะต้องได้รับอนุมัติของคณะกรรมการก่อน ตามมาตรา ๑๘

. ลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ซึ่งรัฐมนตรีอนุญาต

. การออมสินอื่น ตามที่จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้

 

บุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของธนาคารออมสินได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

๒.๑ ประธานกรรมการ และคณะกรรมการ กิจการทั่วไปของธนาคารนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกิจการดังกล่าว แต่สำหรับอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลกิจการของธนาคารนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารออมสิน ซึ่งประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า ๖ คน แต่ไม่เกิน ๑๓ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งประธานกรรมการ หรือกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๓ ปี ถ้ามีการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ หรือมีการแต่งตั้งเพิ่มขึ้น ให้ผู้ได้รับตำแหน่งแทน หรือที่เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้ ตามมาตรา ๑๒/๑ คุณสมบัติของประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งนั้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒/๒ เช่น เป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของธนาคารออมสิน เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นต้น

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔ ดังต่อไปนี้

๑. แต่งตั้งหรือถอดถอนจากตำแหน่ง และกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้อำนวยการด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

๒. ตั้งหรือเลิกสาขาและตัวแทน

๓. กำหนดขอบเขตทั่วไปและเงื่อนไขแห่งธุรกิจประเภทต่างๆ ตามมาตรา () ถึง ()

๔. กำหนดระเบียบและข้อกำหนดของธนาคารออมสินเกี่ยวกับการบริหารและการดำเนินงาน

๕. เสนองบดุล ฐานะการเงิน และรายงานประจำปีตามมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖

๖. กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือน ลงโทษทางวินัย หรือถอดถอนจากตำแหน่งของพนักงาน

๗. เรียกประกันจากพนักงาน กำหนดเงินเดือน เงินบำเหน็จรางวัลหรือเงินอื่นของพนักงาน

การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม และการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากโดยกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน (มาตรา ๑๓)

ผลประโยชน์ตอบแทนของประธานกรรมการ และกรรมการอื่นนั้น เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนด

๒.๒ ผู้อำนวยการ เป็นผู้จัดการธนาคารออมสิน มีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการและงานของธนาคารออมสิน ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบและข้อกำหนดของธนาคารออมสินและตามที่คณะกรรมการมอบหมาย และให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือน ลงโทษทางวินัย หรือถอดถอนจากตำแหน่งของพนักงาน  ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

๒. กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินงานของธนาคารและการปฏิบัติงานของพนักงาน ทั้งนี้ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบาย ระเบียบหรือข้อกำหนดของคณะกรรมการ

และกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกผู้อำนวยการเป็นผู้กระทำการในนามของธนาคารออมสินและเป็นผู้แทนของธนาคารออมสิน ทั้งนี้ ผู้อำนวยการอาจมอบอำนาจให้พนักงานหรือบุคคลใดกระทำการแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

หลักเกณฑ์ในการจัดสรรรายได้ของธนาคารออมสิน ตามมาตรา ๑๙ ถึง มาตรา ๒๑

ตามมาตรา ๑๙ รายได้ของธนาคารออมสินให้จ่ายเป็นรายจ่ายในการดำเนินการดังต่อไปนี้

๑. จ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก

๒. จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการธนาคารออมสินภายในวงเงินที่รัฐมนตรีเห็นชอบ

๓. จ่ายเป็นเงินอื่นใดที่ต้องจ่ายตามข้อผูกพัน 

โดยรายจ่ายดังกล่าวให้หักจากรายได้ที่ได้มาในแต่ละปี รายได้เมื่อหักรายจ่ายแล้วหากมีจำนวนเหลือหลังจัดสรรเป็นเงินสำรองเพื่อการขยายงานให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดที่เหลือให้จัดเป็นเงินสะสม ถ้าปีใดรายได้ไม่พอรายจ่ายให้จ่ายจากเงินที่ได้สะสมไว้เท่าจำนวนที่ขาดถ้ายังไม่พอจ่ายรัฐจะจ่ายให้เท่าที่จำเป็น

ในการคืนต้นเงิน และชำระดอกเบี้ยเงินฝาก ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงก็ดี และในการจ่ายเงินประเภทอื่น ตามข้อผูกพันก็ดี รัฐบาลเป็นประกันทั้งสิ้น

การถอนเงิน หลักเกณฑ์ในการถอนเงินนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้เยาว์ที่มีอายุกว่า ๗ ปีขึ้นไป ได้ถอนเงินฝากหรือดอกเบี้ยไปแล้ว ผู้เยาว์หรือบุคคลอื่นใดไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินที่ถอนไปแล้ว และใบรับที่ผู้เยาว์ได้ให้ไว้แก่ธนาคารออมสินสำหรับเงินที่ได้รับไป ย่อมทำให้ธนาคารออมสินหลุดพ้นจากความรับผิดใด ๆ ในจำนวนเงินที่จ่ายไป

กรณีที่ผู้ฝากตาย จำนวนเงินฝากของผู้ตายให้ธนาคารจัดการดังต่อไปนี้ ตามมาตรา ๒๔

๑. ในกรณีที่ได้มีการตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล เมื่อธนาคารออมสินได้จ่ายเงินไปตามหนังสือแจ้งความของผู้จัดการมรดกนั้นแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในจำนวนเงินที่ได้จ่ายนั้น

๒.  ในกรณีที่ได้มีการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม ให้ธนาคารออมสินตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของพินัยกรรม โดยปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดแล้วให้จ่ายเงินไปตามหนังสือแจ้งความของผู้จัดการมรดกนั้น

๓. ในกรณีที่ไม่มีผู้จัดการมรดก ธนาคารออมสินจะจ่ายคืนจำนวนเงินที่ผู้ตายได้ฝากไว้ให้แก่ผู้ซึ่งอ้างและพิสูจน์ความเป็นทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด  ทั้งนี้ ธนาคารออมสินให้จัดหาผู้ค้ำประกันด้วยก็ได้

๔. ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินที่ผู้ตายได้ฝากไว้ ธนาคารออมสินจะจ่ายคืนเงินฝากดังกล่าวตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดเท่านั้น

๕. ในกรณีที่ผู้ตายได้ฝากเงินเพื่อประโยชน์ของบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เยาว์ให้ธนาคารออมสินลงชื่อบุคคลนั้นแทนผู้ตาย แต่บุคคลนั้นจะมีสิทธิถอนเงินได้เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือของผู้ใช้อำนาจปกครองแสดงว่า การถอนนั้นทำเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์นั้น

การสอบบัญชีของธนาคาร ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีธนาคารออมสินและให้รัฐมนตรีประกาศงบดุลตามที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว ฐานะการเงินโดยย่อของธนาคาร พร้อมทั้งรายงานประจำปีว่าด้วยธุรกิจซึ่งธนาคารออมสินได้จัดทำในระหว่างปี จำนวนผู้ฝาก จำนวนเงินฝาก จำนวนดอกเบี้ยที่จ่ายผลประโยชน์ที่ได้มาจากเงินทุนและอื่น ๆ ตามแต่จะเห็นสมควร

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๖๓ ตอนที่ ๘๓ หน้า ๘๒๓ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๘๙ ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๖ ตอนที่ ๓๑ก หน้า ๕ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๐ ตอนที่ ๙๔ก หน้า ๑ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ ซึ่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน ฉบับที่ ๒ และ ๓ ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ในบางมาตราดังเหตุผลที่กล่าวแล้วข้างต้น

 

                  

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มิถุนายน ๒๕๔๗

 

 



* นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง