สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙

 

นางสาวพงษ์พิลัย  วรรณราช[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าโดยเฉพาะ สมาคมการค้าต่างๆ ที่มีอยู่จึงได้จดทะเบียนเป็นสมาคมธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่วัตถุที่ประสงค์และวิธีดำเนินการของสมาคมการค้าย่อมแตกต่างกับสมาคมธรรมดาเป็นอันมากและสมาคมการค้าย่อมมีอิทธิพลสำคัญเกี่ยวกับการค้าและเศรษฐกิจของประเทศและอาจดำเนินกิจการอันทำให้เกิดความปั่นป่วนแก่ตลาดการค้าหรือตลาดการเงินทั้งในประเทศและนอกประเทศหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนการครองชีพของประชาชนได้ จึงเป็นการสมควรที่จะแยกสมาคมการค้าออกจากสมาคมธรรมดา จึงได้ตรากฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขึ้นโดยเฉพาะ

 

๒. สาระสำคัญ

พ.ร.บ. สมาคมการค้าเป็นการกำหนดเกี่ยวกับระเบียบในการจัดตั้ง ขอบเขตแห่งวัตถุที่ประสงค์ วิธีดำเนินกิจการของสมาคมการค้า และการควบคุมการดำเนินงานของสมาคมการค้า รวมทั้งกำหนดข้อห้ามมิให้สมาคมการค้าดำเนินการใดๆ อันจะเป็นผลกระทบกระเทือนทางการค้า เศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนกำหนดวิธีการลงโทษเมื่อดำเนินการอันผิดกฎหมาย รวมทั้งการสั่งยุบเลิกสมาคมการค้า

โดยใน มาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. นี้ได้กำหนดนิยามของ “สมาคมการค้า” ว่าหมายความถึงสถาบันที่บุคคลหลายคนซึ่งเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจอันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน และ “ผู้ประกอบวิสาหกิจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมหรือการเงิน รวมถึงบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจอื่นใดๆในทางเศรษฐกิจตามที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งจะเห็นได้ว่าสมาคมการค้านี้มีลักษณะพิเศษต่างจากสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพราะมีลักษณะที่เกี่ยวกับวิสาหกิจโดยเฉพาะ

ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ตกลงเข้ากันเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจจะต้องจัดตั้งขึ้นในรูปของสมาคมการค้าเท่านั้น เว้นแต่ในกรณีของสหกรณ์ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น

กำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานกลางทะเบียนการค้าขึ้นในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมการออกใบอนุญาตและการจดทะเบียนสมาคมการค้าทั่วประเทศ โดยมีอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นนายทะเบียนกลางสมาคมการค้า ส่วนในจังหวัดอื่นให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด

บุคคลใดจะจัดตั้งสมาคมการค้าจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน โดยการขออนุญาตนั้น ให้ผู้เริ่มก่อการจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด เมื่อนายทะเบียนออกใบอนุญาตแล้วให้จดทะเบียนสมาคมการค้าให้ด้วย ในกรณีที่ไม่อนุญาตผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด

สมาคมการค้าที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยกำหนดให้สมาคมการค้าต้องมีข้อบังคับซึ่งจะกำหนดรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสมาคมและกำหนดเกี่ยวกับชื่อของสมาคมการค้าว่าต้องเป็นอักษรไทยและจะใช้ชื่อได้แต่เฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น ห้ามมิให้ใช้ข้อความ “แห่งประเทศไทย” ประกอบเป็นชื่อของสมาคมการค้า นอกจากนี้ยังกำหนดให้อำนาจแก่นายทะเบียนในการออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลมาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้าได้

ในการดำเนินกิจการของสมาคมการค้านั้น ให้มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนของสมาคมการค้าในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกซึ่งคณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ โดยสมาชิกสามารถตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมการค้าได้

ใน พ.ร.บ. สมาคมการค้านี้ได้กำหนดกิจการที่สมาคมการค้าสามารถดำเนินการได้ที่สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุประสงค์, สนับสนุน ช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจากับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกัน, ส่งเสริมคุณภาพหรือมาตรฐานของสินค้าที่ผลิตหรือจำหน่ายโดยสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน, ทำความตกลงและวางระเบียบปฏิบัติต่างๆ นอกจากนี้ยังกำหนดข้อห้ามมิให้สมาคมการค้ากระทำการต่างๆ ได้แก่ การที่สมาคมไปประกอบวิสาหกิจนั้นเอง หรือเข้าไปเป็นหุ้นส่วนในการประกอบวิสาหกิจกับบุคคลใด, ดำเนินการใดที่มีลักษณะกดราคาสินค้าหรือค่าบริการให้ตกต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร, ดำเนินการใดอันเป็นการทำลายการแข่งขันทางการค้าหรืออาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ และที่สำคัญคือห้ามมิให้สมาคมการค้าแบ่งปันผลกำไรหรือรายได้ให้แก่สมาชิกหรือดำเนินการในทางการเมือง

กำหนดให้อำนาจแก่นายทะเบียนเพื่อควบคุมสมาคมการค้า ได้แก่ อำนาจในการออกคำสั่งเป็นหนังสือให้กรรมการหรือสมาชิกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสมาคมการค้าหรือให้ส่งเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของสมาคมการค้าโดยให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือตามสมควร

ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังได้กำหนดให้สมาคมการค้าต้องจัดทำเอกสารต่างๆ ได้แก่ ทะเบียนสมาชิกโดยต้องส่งสำเนานั้นให้แก่นายทะเบียนด้วย, การจัดทำงบดุลโดยต้องแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของสมาคมการค้าพร้อมทั้งบัญชีรับจ่าย, จัดทำรายงานประจำปีแสดงผฃการดำเนินกิจการ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับหรือการตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ จะต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนด้วย

กรณีที่มีการกระทำโดยมิชอบ กล่าวคือ กรรมการหรือสมาชิกของสมาคมการค้ากระทำการใดอันเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ หรือต่อความมั่นคงของประเทศหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ระงับหรือจัดการแก้ไขการกระทำนั้นได้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่สงสัยนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าร่วมการประชุมของสมาคมการค้าได้ นอกจากนี้กรณีที่สมาคมการค้ากระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามที่กำหนดไว้ รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้กรรมการทั้งคณะหรือรายบุคคลออกจากตำแหน่งได้ และในกรณีที่ประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าลงมติอันฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมการค้า นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนมตินั้นได้และยังได้กำหนดให้อำนาจรัฐมนตรีในการสั่งให้เลิกสมาคมการค้าได้ในกรณีต่างๆ เช่น กรณีที่สมาคมการค้ากระทำผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ, กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามที่กำหนดและการนั้นเป็นการเสียหายอย่างร้ายแรง หรือสมาคมการค้าไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปหรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป เป็นต้น ซึ่งกรรมการของสมาคมที่ถูกสั่งให้เลิกนี้ไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสมาคมการค้าอีก

กำหนดเหตุที่ทำให้สมาคมการค้าเลิกกัน ได้แก่ มีข้อบังคับกำหนดให้เลิกเมื่อเกิดกรณีใดขึ้น, เมื่อสิ้นเวลาที่กำหนด, ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก, ล้มละลายและรัฐมนตรีสั่งให้เลิกและเมื่อสมาคมการค้าใดเลิกไปให้นายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตและให้ตัดชื่อสมาคมการค้านั้นออกจากทะเบียน ในกรณีที่สมาคมการค้าเลิกไปและมีการชำระบัญชีแล้วปรากฏว่ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมการค้านั้นไม่ได้ ต้องโอนให้แก่นิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะ

นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดโทษทางอาญาแก่บุคคลผู้กระทำการฝ่าฝืนกรณีต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้การดำเนินการตาม พ.ร.บ. นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้

ตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ นี้ ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๕) ซึ่งกระทรวงเศรษฐการได้เปลี่ยนมาเป็นกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน และพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๓  ตอนที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๐๙ โดยในมาตรา ๒ ได้กำหนดให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๐๙

 

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มิถุนายน ๒๕๔๗



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา