สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติราชองครักษ์

พุทธศักราช ๒๔๘๐

 

สราวุฒิ ล้ออัศจรรย์[๑]

 

๑.หลักการและเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้

โดยที่ในปัจจุบันมีข้าราชการที่มิใช่ราชองครักษ์ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์อยู่ด้วย สมควรกำหนดให้ข้าราชการเหล่านั้นมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย และโดยที่สมควรให้ราชองครักษ์และเจ้าพนักงานที่แต่งตั้งจากข้าราชการดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

 

๒.สาระสำคัญของพระราชบัญญัติราชองค์รักษ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐

พระราชบัญญัติราชองครักษ์พุทธศักราช ๒๔๘๐ ให้มีราชองครักษ์แบ่งออกเป็น ประเภท คือ

. ราชองครักษ์พิเศษ เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ โดยแต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตร และต้องปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ในบางโอกาสตามราชประเพณี

. ราชองครักษ์เวร ซึ่งแต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และคงรับราชการตามตำแหน่งเดิม มีหน้าที่ประจำตามเสด็จ รักษาการ และปฏิบัติกิจการอย่างอื่นในส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์

. ราชองครักษ์ประจำ แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และเข้ารับราชการประจำในกรมราชองครักษ์ มีหน้าที่ปฏิบัติกิจการในส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์ แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า

การแต่งตั้งสมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ทุกประเภท ให้เป็นไปโดยประกาศพระบรมราชโองการ โดยสังกัดกรมราชองครักษ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสมุหราชองครักษ์ มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ ทั้งนี้โดยต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชประสงค์

ให้สมุหราชองครักษ์มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือนที่ส่วนราชการต่าง จัดมา ขึ้นสมทบกรมราชองครักษ์เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ช่วยราชองครักษ์ในการปฏิบัติหน้าที่และให้สมุหราชองครักษ์ออกบัตรประจำตัวให้ หากแต่สมุหราชองครักษ์จะแต่งตั้งเป็นหนังสือเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งคราวก็ได้

๓.ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้(มาตรา ๑๖)

พระราชบัญญัติราชองค์รักษ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๔ ตอนที่ - หน้า ๑๕๔๗ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๐ โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา ๒)

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิงหาคม ๒๕๔๗

 



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา