พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะพุทธศักราช ๒๔๘๒

พงษ์พิลัย  วรรณราช[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดให้สัตว์พาหนะเป็นสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ซึ่งในการทำนิติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์พาหนะนั้นต้องมีการจดทะเบียน อีกทั้งบางกรณีกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัตว์พาหนะก็มีลักษณะแตกต่างจากสังหาริมทรัพย์ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์พาหนะรวมทั้งสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองกรรมสิทธิ์และการป้องกันการลักสัตว์พาหนะให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

๒. สาระสำคัญ

คำว่า “สัตว์พาหนะ” ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ หมายถึง ช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ ลา ซึ่งได้ทำหรือต้องทำตั๋วรูปพรรณตามพ.ร.บ. นี้ และ “ตำหนิรูปพรรณ” หมายถึง ลักษณะสัณฐานโดยเฉพาะของสัตว์พาหนะแต่ละตัวซึ่งอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้อาจเป็นตำหนิที่มีอยู่แล้วหรือซึ่งทำขึ้นใหม่เพื่อใช้เป็นเครื่องหมาย เนื่องจากสัตว์พาหนะต่างๆ เหล่านี้มีลักษณะและรูปพรรณเหมือนกัน การที่จะจำแนกเป็นการเฉพาะตัวจึงต้องมีการทำเครื่องหมายไว้และสัตว์พาหนะตามพ.ร.บ. นี้ ไม่รวมถึงกรณีที่เป็นสัตว์พาหนะของราชการทหารเว้นแต่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสัตว์นั้นให้แก่เอกชน

ตามพ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดประเภทของสัตว์พาหนะที่ต้องจดทะเบียนทำ
ตั๋วรูปพรรณ ได้แก่

๑) ช้างที่มีอายุย่างเข้าปีที่แปด

๒) สัตว์พาหนะอื่นนอกจากโคตัวเมียที่มีอายุย่างเข้าปีที่หก

๓) สัตว์ที่ได้ใช้ขับขี่หรือใช้งานลากเข็ญแล้ว

๔) สัตว์ที่มีอายุย่างเข้าปีที่สี่ กรณีที่จะนำสัตว์นั้นออกนอกราชอาณาจักร

๕) โคตัวเมียที่มีอายุย่างเข้าปีที่หก เมื่อจะทำการโอนกรรมสิทธิ์เว้นแต่กรณีที่เป็นการรับมรดก

ซึ่งเจ้าของหรือตัวแทนพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านหรือพยานในกรณีที่ไม่มีผู้ใหญ่บ้านต้องนำสัตว์พาหนะนั้นไปขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณจากนายทะเบียนท้องที่ (ซึ่งโดยหลักแล้วคือนายอำเภอประจำท้องที่นั้น) ทั้งนี้โดยมีการกำหนดระยะเวลาในการขอจดทะเบียนไว้ โดยกำหนดระยะเวลานี้แตกต่างกันไปตามประเภทของสัตว์พาหนะ

ส่วนสัตว์ที่มิได้อยู่ในประเภทของสัตว์พาหนะดังกล่าวมาข้างต้นนั้น เจ้าของสัตว์จะขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณก็ได้ กล่าวคือเป็นสัตว์ประเภทช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ ลา ซึ่งยังไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณ แต่มีความประสงค์ก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้

เมื่อมีการยื่นคำขอจดทะเบียนแล้วนายทะเบียนพร้อมด้วยเจ้าของหรือตัวแทนได้ตรวจสอบรูปพรรณและเห็นว่าถูกต้องและเจ้าของหรือตัวแทนได้ชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้วนายทะเบียนจะดำเนินการจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณให้ ซึ่งในการตรวจสอบรูปพรรณนี้จะต้องพิจารณาถึงลักษณะเฉพาะของสัตว์พาหนะแต่ละตัวซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการบ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นสัตว์ตัวนั้นๆ

กรณีเป็นสัตว์พาหนะจากต่างประเทศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องขอจดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณด้วยโดยอนุโลมเว้นแต่เป็นการนำเข้ามาชั่วครั้งชั่วคราว เนื่องจากได้กำหนดประเภทของสัตว์พาหนะที่ต้องจดทะเบียนเฉพาะกรณีจะนำออกนอกราชอาณาจักรมิได้กำหนดกรณีที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไว้

หากตั๋วรูปพรรณสัตว์พาหนะเป็นอันตรายหรือสูญหาย เจ้าของสัตว์นั้นก็สามารถนำพยานหลักฐานไปแจ้งความต่อนายทะเบียนเพื่อขอรับใบแทนตั๋วรูปพรรณและยังได้กำหนดให้
ผู้ที่เก็บตั๋วรูปพรรณได้ต้องนำส่งต่อเจ้าของหรือเจ้าพนักงานภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วน
ผู้ที่มีตั๋วรูปพรรณโดยไม่มีสัตว์พาหนะสำหรับตั๋วนั้นไว้ในครอบครองจะต้องจัดส่งตั๋วนั้นต่อนายทะเบียนท้องที่ ในกรณีที่ตำหนิรูปพรรณสัตว์พาหนะที่ได้ระบุไว้ในตั๋วรูปพรรณนั้นคลาดเคลื่อนไปจากตั๋วรูปพรรณไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ ก็ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องนำสัตว์นั้นพร้อมด้วยตั๋วรูปพรรณไปให้นายทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายได้เพราะตั๋วรูปพรรณเป็นการแสดงถึงลักษณะของสัตว์นั้นๆ หากมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปอาจทำให้เกิดปัญหากรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือการแสดงความเป็นเจ้าของสัตว์นั้น มีกรณีที่น่าสนใจว่าถ้าเป็นการแก้ไขตำหนิรูปพรรณในกรณีที่ขวัญสัตว์คลาดเคลื่อนหรือเป็นตำหนิที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าพนักงานหรือเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพราะตำหนิของสัตว์ที่เปลี่ยนแปลงไปมิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าของสัตว์จึงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าแม้สัตว์พาหนะจะเป็นสังหาริมทรัพย์แต่ก็เป็นสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษซึ่งการทำนิติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษนั้นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้กำหนดหลักการใหญ่ไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนในพ.ร.บ.สัตว์พาหนะนี้ได้บัญญัติในส่วนของรายละเอียดไว้เช่นกันโดยการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนอง ได้กำหนดให้ผู้โอนและผู้รับโอนทั้งสองฝ่ายหรือตัวแทนนำสัตว์พาหนะและตั๋วรูปพรรณไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องแล้วและได้ชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วน ให้จดทะเบียนและสลักหลังตั๋วรูปพรรณโอนกรรมสิทธิ์ให้ ในกรณีที่ยึดสัตว์พาหนะขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าภาษีอากรหรือกรณีการเปลี่ยนเจ้าของสัตว์พาหนะซึ่งยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์แก่กันต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนได้ประกาศให้เจ้าของผู้มีรายนามสุดท้ายในตั๋วรูปพรรณมาทำการโอนภายในเวลาที่กำหนด แต่ปรากฏว่าไม่มาภายในกำหนดเวลานั้น ให้นายทะเบียนมีอำนาจโอนกรรมสิทธิ์สัตว์พาหนะนั้นได้ แม้ผู้รับโอนหรือตัวแทนมาฝ่ายเดียว

ผู้ที่ได้รับสัตว์พาหนะเป็นมรดก ต้องนำพยานพร้อมด้วยตั๋วรูปพรรณไปแจ้งต่อนายทะเบียนให้นายทะเบียนทำการสอบสวนและประกาศ หากไม่มีผู้คัดค้านภายในเวลาที่กำหนดให้นายทะเบียนแก้ทะเบียนและตั๋วรูปพรรณสำหรับสัตว์นั้นให้แก่ผู้รับมรดก หากมี
ผู้คัดค้านภายในกำหนดให้นายทะเบียนสั่งให้ผู้ไม่มีสิทธิดีกว่าไปฟ้องร้องต่อศาล ส่วนการจำนองสัตว์พาหนะ ผู้จำนองและผู้รับจำนองไม่จำต้องนำสัตว์พาหนะนั้นไปแสดงต่อนายทะเบียนเพียงแต่นำตั๋วรูปพรรณไปแสดงต่อนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องก็ให้
จดทะเบียนและสลักหลังการจำนองให้

การย้ายสัตว์พาหนะไปต่างอำเภอนอกจากการนำเช่า เช่าซื้อ ยืม ฝาก จำนำ รับจ้างเลี้ยงหรือพาไปชั่วคราว เจ้าของหรือตัวแทนต้องแจ้งให้นายทะเบียนท้องที่ใหม่ทราบด้วยและให้นายทะเบียนท้องที่ใหม่แจ้งการรับสัตว์ขึ้นทะเบียนให้นายทะเบียนท้องที่เดิมทราบ หากสัตว์พาหนะตายให้เจ้าของหรือตัวแทนแจ้งความและส่งมอบตั๋วรูปพรรณสัตว์ที่ตายต่อ
นายทะเบียน หากผู้อื่นเป็นผู้ครอบครองสัตว์นั้นชั่วคราวก็ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเช่นเดียวกัน และหากจะมีการนำสัตว์นั้นออกไปนอกราชอาณาจักรให้นำสัตว์นั้นพร้อมด้วยตั๋วรูปพรรณไปให้นายทะเบียนตรวจแก้ทะเบียนและสลักหลังตั๋วรูปพรรณว่าจำหน่ายออกนอกราชอาณาจักรและหากจะนำสัตว์นั้นกลับเข้ามาในราชอาณาจักรก็ต้องมีการแจ้งต่อนายทะเบียนด้วยเช่นกัน

มีข้อพึงระมัดระวังว่าการโอนกรรมสิทธิ์ การจำนองและการย้ายสัตว์พาหนะตามที่กล่าวไว้ในพ.ร.บ. นี้หมายความเฉพาะกรณีการโอน การจำนองและการย้ายอย่างเป็นสัตว์พาหนะเท่านั้นหากเป็นกรณีที่จำหน่ายอย่างเนื้อสัตว์หรือมีการแปรรูปเป็นอย่างอื่นย่อมไม่อยู่ในบังคับของพ.ร.บ. นี้

นอกจากนี้ในพ.ร.บ. สัตว์พาหนะยังได้กำหนดให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานบางประการเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพ.ร.บ. นี้ ที่สำคัญได้แก่

- กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนพ.ร.บ.นี้ เจ้าพนักงานมีอำนาจตรวจสัตว์พาหนะและให้ผู้ครอบครองนั้นนำตั๋วรูปพรรณหรือหลักฐานมาแสดง

- หากปรากฏว่ามีผู้ครอบครองสัตว์พาหนะไว้โดยไม่มีตั๋วรูปพรรณหรือมีแต่ไม่ถูกต้องกับตัวสัตว์เจ้าพนักงานมีอำนาจยึดสัตว์พาหนะนั้นไว้และนำส่งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี โดยเป็นหน้าที่ของผู้นั้นที่จะต้องแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนสัตว์พาหนะที่ได้ยึดไว้ถ้าไม่ปรากฏเจ้าของให้เจ้าพนักงานจัดการโฆษณาหาเจ้าของ

- สัตว์พาหนะของผู้ใดหายให้เจ้าของหรือตัวแทนแจ้งความต่อเจ้าพนักงานภายในเจ็ดวัน หากภายหลังได้สัตว์นั้นคืนมาก็ให้แจ้งความต่อเจ้าพนักงาน หากมิได้คืนมาให้จัดส่งตั๋วรูปพรรณนำต่อนายทะเบียนท้องที่

- สัตว์พาหนะที่เจ้าพนักงานเลี้ยงรักษาไว้ไม่ว่าจะเป็นการยึดเพื่อดำเนินคดีหรือเป็นสัตว์ที่ถูกละทิ้งไว้และไม่มีผู้มาขอรับคืน เจ้าพนักงานมีอำนาจขายทอดตลาดสัตว์นั้นได้และเมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วให้ถือเงินสุทธิไว้แทนและหากไม่มีผู้มาขอรับภายในกำหนด ๑ ปีให้สัตว์พาหนะหรือเงินจำนวนสุทธินั้นตกเป็นของแผ่นดินหรือผู้ที่จับสัตว์นั้นได้แล้วแต่กรณี

 

๓. ผู้รักษาการและวันบังคับใช้

พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะพุทธศักราช ๒๔๘๒ มาตรา ๗ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดให้พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๖ ลงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๒

 

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กันยายน ๒๕๔๗

 

 



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา