สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑

 

พงษ์พิลัย  วรรณราช[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล  เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่ได้ใช้บังคับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ นั้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและไม่สอดคล้องกับลักษณะการประกอบกิจการของสถานพยาบาลปัจจุบัน สมควรที่จะดำเนินการควบคุมกิจการสถานพยาบาลเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชนผู้รับบริการจากสถานพยาบาลมากยิ่งขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการอนุญาตให้ประกอบกิจการ การเลิก การย้าย การปิดสถานพยาบาล การเพิกถอนใบอนุญาต การโฆษณากิจการของสถานพยาบาล ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลสถานพยาบาล และกำหนดหน้าที่ของผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งให้มีการกำหนดจำนวนสถานพยาบาลที่จะให้จัดตั้งได้หรือมีบริการทางการแพทย์บางชนิดในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งได้เพื่อให้มีการประกอบกิจการในลักษณะที่ให้บริการทางสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง จึงเป็นการสมควรที่จะปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

๒. สาระสำคัญ 

ในพ.ร.บ.นี้ได้ให้ความหมายของคำว่า“ สถานพยาบาล ” ว่าหมายถึง สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์หรือการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ทั้งนี้โดยกระทำเป็นปกติธุระไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงสถานที่ขายยาซึ่งประกอบธุรกิจการขายยาโดยเฉพาะและได้กำหนดยกเว้นมิให้ใช้พ.ร.บ.นี้บังคับแก่สถานพยาบาลของกระทรวง ทบวง กรม องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทยและสถานพยาบาลอื่นซึ่งรัฐมนตรีกำหนด

กำหนดให้มีคณะกรรมการสถานพยาบาลซึ่งมีทั้งกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะประกอบด้วย

๑) ผู้ประกอบโรคศิลปะและผู้ประกอบวิชาชีพโดยคำแนะนำของสภาวิชาชีพ

๒) ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งต้องมีผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน

ทั้งนี้ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการสถานพยาบาลมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ให้ความเห็นและให้คำแนะนำแก่รัฐมนตรีหรือผู้อนุญาตในเรื่องต่างๆ เช่น การออกกฎกระทรวงหรือประกาศ, การอนุญาตให้ประกอบกิจการ การดำเนินการสถานพยาบาล การปิดสถานพยาบาลหรือการเพิกถอนใบอนุญาต, ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล รวมทั้งการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ  ทั้งนี้อาจมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของคณะกรรมการได้ และในการปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.นี้ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณา

สถานพยาบาลมี ๒ ประเภท ดังต่อไปนี้

๑) สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

๒) สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

ทั้งนี้ให้ออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของสถานพยาบาลแต่ละประเภท สักษณะการให้บริการของสถานพยาบาลนั้นและรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดมาตรฐานการบริการของสถานพยาบาล

การที่บุคคลใดจะประกอบกิจการสถานพยาบาลจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้รับใบอนุญาตไว้ด้วย และได้กำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาออกใบอนุญาตว่าผู้ขอรับใบอนุญาตต้องจัดให้มีกรณีดังต่อไปนี้โดยครบถ้วนถูกต้องแล้ว กล่าวคือ

- มีแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลที่ได้รับอนุมัติแล้ว

- มีสถานพยาบาลตามลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง

- มีเครื่องมือ เครื่องใช้ เวชภัณฑ์หรือยานพาหนะตามชนิดและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง

- มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนด

- ชื่อสถานพยาบาลโดยเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ในส่วนของใบอนุญาตได้กำหนดให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สิบนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง หากมีการโอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลให้แก่บุคคลอื่นจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต และถ้าผู้รับอนุญาตตายก็สามารถแสดงความจำนงประกอบกิจการต่อจากผู้ตายต่อไป โดยสามารถประกอบกิจการต่อไปจนกว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นอายุ

เมื่อได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลแล้ว ผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีผู้ดำเนินการคนหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลและรับผิดชอบในการดำเนินการสถานพยาบาลนั้น และได้กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดดำเนินการสถานพยาบาลเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต โดยในการพิจารณาออกใบอนุญาตจะต้องปรากฏว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์หรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม และต้องไม่เป็นผู้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่งรวมทั้งต้องสามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด

หากผู้ดำเนินการพ้นจากหน้าที่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกินเจ็ดวัน ผู้รับอนุญาตอาจมอบหมายให้บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดดำเนินการแทนได้แต่ไม่เกินเก้าสิบวัน โดยต้องแจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบด้วย

ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตก็สามารถอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้

ผู้รับอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานพยาบาลนั้นและต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ด้วย

๑. ชื่อสถานพยาบาล

๒. รายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์    ทันตกรรม เภสัชกรรม หรือผู้ประกอบโรคศิลปะซึ่งประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลนั้น

๓. อัตราค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการและสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งผู้รับอนุญาตจะเรียกเก็บหรือยินยอมให้มีการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลหรือค่าบริการเกินอัตราที่ได้แสดงไว้มิได้และต้องให้บริการแก่ผู้ป่วยตามสิทธิที่ได้แสดงไว้

เพื่อให้การเป็นไปตามพ.ร.บ. นี้จึงกำหนดให้ผู้ดำเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่างๆ ได้แก่

- ควบคุมดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ได้แจ้งไว้ในการขอรับใบอนุญาตหรือมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล

- ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย

- ควบคุมดูแลมิให้มีการรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเกินจำนวนเตียงตามที่กำหนด เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน

และกำหนดให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนี้

- จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดตลอดเวลาทำการ

- จัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล

- จัดให้มีและรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลและผู้ป่วย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการของสถานพยาบาลต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายและหากมีความจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยไปรักษาพยาบาลที่สถานพยาบาลอื่นก็ต้องจัดให้มีการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลอื่นตามความเหมาะสมและกำหนดห้ามมิให้มีการโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆ เพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจากสถานพยาบาลของตน โดยใช้ข้อความเท็จหรือเกินความจริงหรือน่าจะเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสถานพยาบาลนั้น หากมีการฝ่าฝืนผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการกระทำดังกล่าวได้

ในพ.ร.บ.นี้ได้กำหนดกรณีต่างๆ ที่จะต้องมีการขออนุญาตจากผู้อนุญาตหรือต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบแล้วแต่กรณี เช่น การเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการสถานพยาบาล , การย้ายสถานพยาบาล , การเปลี่ยนตัวผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล, การเปลี่ยนชื่อสถานพยาบาลและการเลิกกิจการสถานพยาบาล

เพื่อควบคุมให้การประกอบกิจการสถานพยาบาลเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและมีความเรียบร้อยจึงกำหนดให้ผู้อนุญาตจัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจลักษณะของสถานพยาบาลและการประกอบกิจการของสถานพยาบาลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้โดยสม่ำเสมอ หากพบข้อบกพร่องผู้อนุญาตมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้รับอนุญาตแก้ไขปรับปรุงได้

เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการแล้วแต่กรณีระงับหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาอันสมควร หากผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของเจ้าพนักงานหรือกระทำการจนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาลหรือผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกับสถานพยาบาล ผู้อนุญาตมีอำนาจออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดและหากดำเนินการให้ถูกต้องแล้วให้ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนคำสั่งปิดสถานพยาบาล

ในกรณีผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายหลังจากที่ได้มีคำสั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวแล้ว ให้ผู้อนุญาตโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลได้ รวมทั้งกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ดำเนินการต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้และเป็นกรณีร้ายแรงก็อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้เช่นกันและเพื่อคุ้มครองผู้ป่วยในสถานพยาบาลให้ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตายหรือสถานพยาบาลถูกปิดเป็นการชั่วคราวหรือมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จึงกำหนดให้ผู้อนุญาตอาจมีคำสั่งให้สถานพยาบาลนั้นอยู่ในความควบคุมของคณะกรรมการเพื่อดำเนินการใดๆ ตามที่เห็นสมควรได้

เพื่อให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ จึงได้มีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่บุคคลผู้กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติต่างๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ และกำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ในกรณีที่เป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง

 

. ผู้รักษาการและวันบังคับใช้

พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดให้พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปี ๒๕๔๑ ตอนที่ ๑๕ก ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๑

 

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กันยายน ๒๕๔๗

 

 

 



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา