สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๓๕

วชิระ  ปากดีสี[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยที่ได้เกิดภาวะขาดแคลนเนื้อสัตว์สำหรับบริโภคในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้ราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเนื้อสัตว์ในระยะยาวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง จำต้องดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นการค้าแบบเสรีไม่ให้มีการผูกขาด สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

๒. สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัตินี้ได้มีการกำหนดหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ ที่จะทำหน้าที่ในการควบคุมการผลิต จำหน่าย เนื้อสัตว์เพื่อการบริโภค เพราะในขั้นตอนการผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ก่อนที่จะมาเป็นอาหาร จำเป็นจะต้องภายใต้การผลิตที่มีคุณภาพ  พระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง คือ “คณะกรรมการควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ และอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการ (มาตรา ๕) โดยคณะกรรมการฯ ดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

() ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรี[๒]ในการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์

() ให้ความเห็นชอบในการออกประกาศหรือระเบียบตามพระราชบัญญัตินี้

() พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดี[๓]มอบหมายตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๖)

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ให้ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการฯ  โดยผู้ใดมีความประสงค์จะตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ให้ขอรับใบอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง) โดยคำขอใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

() วัน เดือน ปี ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต

() ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอรับใบอนุญาต ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลต้องยื่นเอกสารหลักฐานหรือสำเนาแสดงการเป็นนิติบุคคลพร้อมกับคำขอด้วย

() สถานที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ (มาตรา ๑๑ วรรคสอง)

เมื่อยื่นคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายตรวจพิจารณาคำขอดังกล่าว และพิจารณาว่า ผู้ขอใบอนุญาตได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือไม่ และออกใบอนุญาตหรือแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือไม่อนุญาตพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ (มาตรา ๑๑ วรรคสาม) คำสั่งดังกล่าวหากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย มีคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่ทราบคำสั่ง (มาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง) โดยคณะกรรมการต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับอุทธรณ์ แล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ คำวินิจฉัยดังกล่าวให้เป็นที่สุด (มาตรา ๑๒ วรรคสอง)

การตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๒๗)

ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องแสดงใบอนุญาตไว้ ณ ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ของตน (มาตรา ๑๓) ในกรณีใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ สูญหาย บุบสลาย หรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ยื่นคำขอรับใบแทนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหาย บุบสลายหรือถูกทำลาย (มาตรา ๑๔) โดยผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท (มาตรา ๒๘)

ถ้าหากปรากฏว่า ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ได้ไม่เกินครั้งละหนึ่งเดือน (มาตรา ๑๖) หรือถ้าปรากฏว่า ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตแล้ว มากระทำความผิดในเหตุอย่างเดียวกันอีกภายหนึ่งปี อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ (มาตรา ๑๗) โดยก่อนที่จะสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายต้องมีหนังสือเตือนให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดก่อน (มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง) โดยคำสั่งดังกล่าวสามารถอุทธรณ์ได้ภายในสามสิบวันนับแต่ทราบคำสั่ง และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นที่สุด (มาตรา ๑๙)

โดยผู้ใดประสงค์จะฆ่าสัตว์ ให้แจ้งจำนวนสัตว์ที่จะฆ่า วันเวลาที่จะดำเนินการฆ่า และชื่อของโรงฆ่าสัตว์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่[๔] และเสียอากรการฆ่าสัตว์ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง) โดยเมื่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำแจ้งดังกล่าวแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหลักฐานการรับแจ้งให้แก่ผู้ประสงค์จะฆ่าสัตว์ โดยกำหนดวันเวลาในการฆ่าสัตว์ด้วย (มาตรา ๑๕ วรรคสาม) เว้นแต่ในกรณีในต่อไปนี้ จะฆ่าสัตว์นอกโรงฆ่าสัตว์ได้แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง

() การฆ่าสัตว์ซึ่งต้องฆ่า ณ ที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ ตามพิธีกรรมในทางศาสนา

() การฆ่าสัตว์ในท้องที่ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่นั้นประกาศเป็นครั้งคราวว่าเป็นท้องที่กันดาร และจำเป็นต้องฆ่าสัตว์ในท้องที่นั้น

() การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีเหตุสมควรเป็นพิเศษ (มาตรา ๒๒)

ให้ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์นำสัตว์ไปยังโรงพักสัตว์และจะต้องฆ่าสัตว์นั้นในโรงฆ่าสัตว์ตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด (มาตรา ๒๐)

ผู้ใดประสงค์จะจำหน่ายเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ตายเองหรือที่มิได้ถูกฆ่าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำเนื้อสัตว์ของสัตว์นั้นซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังมิได้ชำแหละไปให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ตรวจ หรือในกรณีมีเหตุสมควรจะขอให้พนักงานตรวจโรคสัตว์ไปตรวจเนื้อสัตว์นั้นก็ได้  ทั้งนี้ โดยเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อพนักงานตรวจโรคสัตว์ได้ตรวจแล้วเห็นว่าเป็นเนื้อสัตว์ที่ควรใช้เป็นอาหารได้ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองให้จำหน่ายที่เนื้อสัตว์นั้นแล้วจึงให้จำหน่ายได้ (มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง)

เรื่องของการแจ้งจำนวนสัตว์ วันเวลา และโรงฆ่าสัตว์ที่จะฆ่า การเสียค่าอากร ตามมาตรา ๑๕ หรือเรื่องการนำสัตว์ที่ได้แจ้งจำนวนไว้แล้วให้นำไปที่โรงฆ่าสัตว์และวันเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๐ หรือการฆ่าสัตว์ในกรณียกเว้นตามมาตรา ๒๒ หรือเรื่องการจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ตายเองหรือไม่ได้ฆ่าตามพระราชบัญญัตินี้ตามมาตรา ๒๕ หากไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ต้องระวางโทษดังนี้

(๑) ถ้าเป็นโคหรือกระบือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตัวละไม่เกินห้าพันบาทเรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่า หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๒) ถ้าเป็นสัตว์นอกจากโคหรือกระบือ จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตัวละไม่เกินสองพันห้าร้อยบาทเรียงตามรายสัตว์ที่ฆ่า หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๒๙)

สำหรับผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ ที่มีการฆ่าสัตว์เกินจำนวนที่ผู้ประสงค์จะฆ่าได้แจ้งตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับเรียงตามรายตัวสัตว์ที่ฆ่าเกินจำนวนเช่นเดียวกันกับที่กล่าวในมาตรา ๒๙ ข้างต้น

ห้ามมิให้ผู้ใดนำสัตว์ออกจากโรงพักสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา ๒๑) ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๓๑)

ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าโดยมิได้มีการแจ้งตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (มาตรา ๒๖) ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๓๑)

ในกรณีที่พนักงานตรวจโรคสัตว์[๕]มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรคระบาด หรือเป็นโรคหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งงดการฆ่าสัตว์และแยกสัตว์นั้นไว้เพื่อตรวจพิสูจน์ได้ (มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง) ภายหลังที่ได้ทำการตรวจพิสูจน์แล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมีคำสั่งให้ดำเนินการฆ่าสัตว์นั้นได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่จะฆ่านั้นเป็นโรคระบาดหรือเป็นโรคหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนเงินอากรและค่าธรรมเนียมสำหรับโรงฆ่าสัตว์ให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์นั้น (มาตรา ๒๓ วรรคสอง)

เมื่อได้ฆ่าสัตว์แล้วห้ามมิให้ผู้ใดนำเนื้อสัตว์ออกจากโรงฆ่าสัตว์ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองให้จำหน่ายที่เนื้อสัตว์นั้นแล้ว (มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง) ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๓๑) ในกรณีที่ปรากฏแก่พนักงานตรวจโรคสัตว์ว่าเนื้อสัตว์ของสัตว์ที่ได้ฆ่าเป็นโรคและหรือมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้เนื้อสัตว์เช่นนั้นเป็นอาหาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจทำลายเนื้อสัตว์นั้นเสียทั้งตัวหรือบางส่วน หรือจัดทำให้เป็นเนื้อสัตว์ที่ควรใช้เป็นอาหารเสียก่อนได้ (มาตรา ๒๔ วรรคสอง)

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

กรณีวันใช้บังคับกฎหมาย พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)[๖]

                   

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิงหาคม ๒๕๔๗

 

 

 



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

[๒] “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๔)

[๓] “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ (มาตรา ๔)

[๔] “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรี อธิบดี หรือราชการส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

 

[๕] “พนักงานตรวจโรคสัตว์” หมายความว่า สัตวแพทย์หรือบุคคลอื่น ผู้ซึ่งอธิบดีหรือราชการส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจโรคซึ่งมีในสัตว์หรือเนื้อสัตว์

 

[๖] รก.๒๕๓๕/๔๕/๑๗/๙ เมษายน ๒๕๓๕