สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘

วชิระ  ปากดีสี[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกิจการด้านข่าวกรองแห่งชาติเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอันจะเกิดประโยชน์แก่ความมั่นคงของชาติ รัฐบาลจึงจัดตั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติขึ้น ให้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในกิจการดังกล่าว เพื่อให้มีอำนาจและหน้าที่ในด้านการปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรองแห่งชาติ มีหน้าที่ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ รับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

๒. สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ

ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านการข่าวกรองมาตั้งแต่โบราณและตลอดทุกยุคทุกสมัย ในประวัติศาสตร์ยามศึกสงคราม ทหารมีหน้าที่สอดแนม ลาดตระเวนใช้ไส้ศึก แต่การดำเนินงานในลักษณะหน่วยข่าวกรองสมัยใหม่และเป็นหน่วยข่าวกรองกลางของชาติเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยราชการที่เป็นศูนย์กลาง รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานการข่าวตามปกติ หรือจากหน่วยข่าวกรองต่าง ๆ ที่มีอยู่ รวมทั้งข่าวที่ได้จากวิธีการทางลับ และข่าวจากแหล่งข่าวเปิดที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจำเป็นต่อการตัดสินใจกำหนดนโยบายและท่าทีทางการเมืองภายในและต่างประเทศของรัฐบาล

พระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการข่าวกรองของประเทศ คือ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ มีผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาและดูแลข้าราชการและงานราชการโดยทั่วไปของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ รับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (มาตรา ๖ วรรคหนี่ง) มีรองผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และจะให้มีผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการก็ได้ (มาตรา ๖ วรรคสอง) โดยให้ผู้อำนวยการฯ รองผู้อำนวยการฯ และผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ (มาตรา ๖ วรรคสาม)

สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี แบ่งส่วนราชการเป็น ๑๖ กอง ตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๕ มีภารกิจเกี่ยวกับกิจการข่าวกรองและปฏิบัติการทางการข่าวให้มีสมรรถนะใกล้เคียงกับหน่วยข่าวของต่างประเทศ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

() ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการ การข่าวกรอง[๒] การต่อต้านข่าวกรอง[๓] การข่าวกรองทางการสื่อสาร[๔] และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน[๕]

() ติดตามสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ และรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ

() กระจายข่าวกรองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติให้หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม

() ศึกษา วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

() เป็นศูนย์กลางประสานกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง  และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนกับหน่วยข่าวกรองอื่นภายในประเทศ

() เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกิจการการข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรองกับหน่วยข่าวกรองของต่างประเทศในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติ

() เสนอแนะนโยบายและมาตรการ ตลอดจนให้คำแนะนำและคำปรึกษาด้านการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ต่อนายกรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ

() ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสภาความมั่นคงแห่งชาติมอบหมาย (มาตรา ๔)

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

กรณีวันใช้บังคับกฎหมาย พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)[๖]

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สิงหาคม ๒๕๔๗

 



[๑] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

[๒] “การข่าวกรอง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ทราบถึงความมุ่งหมายกำลังความสามารถ และความเคลื่อนไหว รวมทั้งวิถีทางของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้ายที่อาจกระทำการอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลนำมาประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบายแห่งชาติ (มาตรา ๓)

[๓] “การต่อต้านข่าวกรอง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อต่อต้านการกระทำของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้ายที่มุ่งหมายจะให้ได้ไปซึ่งความลับของชาติ หรือทำลายความมั่นคงแห่งชาติโดยการจารกรรม การบ่อนทำลาย การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย (มาตรา ๓)

 

[๔] “การข่าวกรองทางการสื่อสาร” หมายความว่า การใช้เทคนิคและการดำเนินกรรมวิธีทางเครื่องมือสื่อสารด้วยการดักรับการติดต่อสื่อสารทางสัญญาณวิทยุ เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของต่างชาติหรือองค์การก่อการร้าย อันอาจจะมีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งชาติ (มาตรา ๓)

 

[๕] “การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน” หมายความว่า การให้คำแนะนำ ช่วยเหลือและกำกับดูแลส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ราชการส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจ ในการดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ สถานที่ เอกสารและสิ่งของอื่น ๆ ของทางราชการให้พ้นจากการจารกรรม การบ่อนทำลาย การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย (มาตรา ๓)

 

[๖] รก.๒๕๒๘/๑๑๓/๑พ/๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๘