สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔

 

ธัญกมล  ลิมาคุณาวุฒิ*

 

๑. หลักการและเหตุผล เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้า อันมีผลให้ธุรกิจการขนส่งและการเดินเรือพัฒนาก้าวหน้าไปมาก ทำให้การดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการท่าเรือซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ กรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคมไม่เหมาะสมอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องจัดตั้งการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นเอกเทศแยกต่างหาก และกำหนดบทบัญญัติต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานและการบริหารงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีความสะดวก และเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

 

๒. สาระสำคัญ

พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งการท่าเรือแห่งประเทศไทย (PORT AUTHORITY OF THAILAND หรือ PAT) ขึ้น มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อรับโอนกิจการท่าเรือจากสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ โดยรับโอนมาทั้งทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมด รวมถึงบรรดาที่ดินซึ่งได้เวนคืนไว้แล้ว ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ

การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนกิจการท่าเรือ และประกอบกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน รวมทั้งการดำเนินกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกิจการท่าเรือด้วย ซึ่งกิจการท่าเรือ ได้แก่ ธุรกิจเกี่ยวกับท่าเรือ, อู่เรือ และกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับท่าเรือ โดยภายในขอบวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีอำนาจกระทำการต่างๆ ตามที่ พ.ร.บ. กำหนดไว้ (มาตรา ๙) เช่น ดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ของกิจการท่าเรือ และกำหนดอัตราค่าบริการการใช้ท่าเรือ เป็นต้น นอกจากนี้ ในการดำเนินกิจการท่าเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทยยังได้รับการยกเว้นภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากรและตามกฎหมายอื่น และได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

การท่าเรือแห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยขึ้น ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการที่มีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดไว้ โดยให้มีอำนาจหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเป็นผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกด้วย และให้ผู้อำนวยการซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด และให้มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกตำแหน่ง โดยผู้อำนวยการต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการจัดการและดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยนี้ให้อยู่ในตำแหน่งโดยไม่มีกำหนดเวลา แตกต่างจากคณะกรรมการที่ดำรงตำแหน่งตามวาระ

การดำเนินกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน และต้องสอดคล้องกับนโยบายทั่วไปของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจและการคลัง โดยการกระทำบางประการการท่าเรือแห่งประเทศไทยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินการนั้นๆ ได้ นอกจากนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้บัญญัติกำหนดโทษทางอาญาสำหรับกรณีมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเกี่ยวกับการดำเนินงานกิจการท่าเรือ

ส่วนรายได้ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับจากการดำเนินงานให้ตกเป็นของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเพื่อนำไปใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ถ้าหากมีเงินเหลือจึงจะนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ แต่หากมีจำนวนเงินที่ขาดรัฐจะจ่ายเงินให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องจัดทำระบบบัญชีตามที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนด และให้คณะกรรมการตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบหรือรับรองบัญชีของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกปี ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องโฆษณารายงานประจำปีที่แสดงบัญชี และรายงานของผู้สอบบัญชีด้วย

ในส่วนของการร้องทุกข์และการสงเคราะห์พนักงาน พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้พนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีสิทธิร้องทุกข์เกี่ยวกับการลงโทษได้ และให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยตั้งกองทุนสงเคราะห์พนักงานขึ้น โดยเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมปรับปรุง และให้ความสะดวก และความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ และการอื่น เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ซึ่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๘ ตอนที่ ๓๐ หน้า ๑พ  ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔

 

                  

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ตุลาคม ๒๕๔๗



* นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา