สรุปสาระสำคัญพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. ๒๕๒๔

 

พัชรินทร์ คำเจริญ*

๑. หลักการและเหตุผล

โดยที่รัฐบาลต้องการควบคุมสินค้าบางชนิดหรือบางประเภทในเขตท้องที่บางแห่งตามบริเวณชายแดน เพื่อไม่ให้สินค้าเหล่านั้นตกไปอยู่กับบุคคลที่เป็นภัยต่อประเทศ นำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการแทรกซึมบ่อนทำลายความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ

 

๒. สาระสำคัญของพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. ๒๕๒๔

การควบคุมสินค้าตามชายแดนนั้นย่อมทำให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันหรือปราบปรามการแทรกซึมบ่อนทำลาย ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยตามชายแดน หรือเพื่อมิให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอันจะเป็นภัยต่อประเทศจึงให้อำนาจรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีประกาศให้ท้องที่หนึ่งท้องที่ใดตามชายแดน หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในน่านน้ำของประเทศไทยเป็นเขตควบคุม และให้มีอำนาจกำหนดชนิดหรือประเภทสินค้าใดเป็นสินค้าควบคุมในเขตควบคุมนั้น โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติจึงได้กำหนดบทนิยามไว้ดังนี้

“สินค้า” หมายความว่า สิ่งของที่อาจใช้ในการอุปโภคหรือบริโภค สารเคมี อาวุธ ยานพาหนะ และสิ่งของอื่นใด

“จำหน่าย” หมายความว่า ขาย แลกเปลี่ยน ให้ โอนสิทธิ หรือโอนการครอบครองให้แก่บุคคลอื่น

“เขตควบคุม” หมายความว่า เขตที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตควบคุมตามพระราชกำหนดนี้

 

๒.๑. ให้ผู้อำนายการมีอำนาจกำหนดมาตรการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้

- กำหนดจำนวนหรือปริมาณสินค้าควบคุมซึ่งบุคคลจะมีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ตามความจำเป็น และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดไว้ด้วยก็ได้

- กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจำหน่าย การเก็บรักษา และการขนย้ายสินค้าควบคุม (โดยทำเป็นประกาศปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการตำบล และที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่ในท้องที่เขตควบคุม)

 

๒.๒ ภายในเขตควบคุมให้ผู้อำนวยการและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจและหน้าที่ (ตามมาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๒ ทวิ) ดังต่อไปนี้

- เข้าไปตรวจค้นในเคหะสถาน สถานที่หรือยานพาหนะใดๆ ได้ทุกเวลา เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิด

- ตรวจค้นบุคคลใดๆ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิด

- ตรวจค้นยานพาหนะที่จะเข้ามาในหรือออกนอกเขตควบคุมได้ทุกเวลาและสั่งเจ้าของหรือผู้ควบคุมยานพาหนะให้หยุด จอด หรือนำยานพาหนะไปยังที่หนึ่งที่ใด (ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก หรือกฎหมายเกี่ยวกับการเดินเรือ หรือกฎหมายอื่นว่าด้วยการนั้น) เพื่อตรวจค้นและสั่งการตามที่เห็นสมควร

- สั่งบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ถ้อยคำ บัญชี เอกสาร หรือหลักฐานดังกล่าวจะมีประโยชน์แก่การดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้

- ยึดหรืออายัดสินค้า เอกสาร หลักฐาน ยานพาหนะหรือสิ่งของใดๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

- ให้ริบสินค้าควบคุมที่บุคคลใดมีไว้ในครอบครอง หรือมีไว้เพื่อการใดๆ รวมทั้งบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใดๆ ที่บุคคลใดใช้อันเป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกเขตควบคุม

- จับ ควบคุม และสอบสวน หรือส่งผู้ต้องหาตามพระราชกำหนดนี้ไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้

พระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. ๒๕๒๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปี ๒๕๒๔ ตอนที่ ๑๗๔ หน้าพิเศษ ๑ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๔ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา ๒)

 

                  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ตุลาคม ๒๕๔๗

 



*นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา