สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติเงินตรา

พ.ศ. ๒๕๐๑

 

สุนันทา เอกไพศาลกุล*

 

๑. หลักการและเหตุผล  เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการจัดการเกี่ยวกับการจัดทำและการใช้เงินตราของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

 

๒ สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ 

เงินตรา ได้แก่ เหรียญกษาปณ์ และธนบัตร ซึ่งต่างก็มีผู้ทำหน้าที่ในการจัดทำและนำออกใช้ อันได้แก่ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย โดยหน่วยของเงินตรา คือ บาท กำหนดให้หนึ่งบาทมีหนึ่งร้อยสตางค์

 

เหรียญกษาปณ์

กระทรวงการคลังมีหน้าที่ในการจัดทำเหรียญกษาปณ์และนำออกใช้ โดยแต่ละชนิด ราคา ที่นำออกใช้ให้มีได้ขนาดเดียวและจะมีขนาดเท่ากับเหรียญกษาปณ์ชนิด ราคาอื่นไม่ได้ กล่าวคือ เหรียญฯ จะมีขนาดและชนิดเดียวกันกับเหรียญในราคาที่ต่างกันไม่ได้ แต่ในกรณีที่เป็นการจัดทำและนำออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์นั้นเพื่อเป็นที่ระลึก หรือเป็นกรณีที่เป็นการผลิตขึ้นใหม่เพื่อใช้แทนเหรียญฯ เดิมที่มีการยกเลิกการใช้แล้วย่อมทำได้ (มาตรา ๑๐) กฎหมายกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำ จำหน่าย ใช้ หรือนำออกใช้ซึ่งวัตถุหรือเครื่องหมายใดแทนเงินตรา โดยกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๙ และมาตรา ๓๕) นอกจากนี้ยังเป็นความผิดฐานปลอมหรือแปลงเงินตราตามกฎหมายอาญา

เหรียญกษาปณ์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นเหรียญชำรุด ลักษณะของเหรียญกษาปณ์ชำรุดได้แก่

๑. เหรียญฯ ที่ถูกตัด ตอก ตี หรือกระทำในลักษณะอื่น ๆ ให้บุบสลาย หรือชำรุดจนเสียรูป หรือลวดลายลบเลือน บิดงอ หรือทำให้น้ำหนักลดลง

๒. เหรียญฯ ที่สึกหรอไปตามธรรมดาจนมีน้ำหนักลดลงเกินกว่าสองเท่าครึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ซึ่งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดนี้จะกำหนดในกฎกระทรวง

เหรียญฯ ชำรุดดังกล่าวอาจขอรับแลกได้กับกระทรวงการคลัง โดยเหรียญฯ ชำรุดที่จะนำมาแลกได้จะต้องไม่เป็นเหรียญกษาปณ์ทองคำ เหรียญกษาปณ์เงิน หรือเหรียญกษาปณ์ขัดเงา ซึ่งเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดตามข้อ ๑ นั้น จะรับแลกเปลี่ยนได้ครึ่งราคาของเหรียญกษาปณ์นั้น และสำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดตามข้อ ๒ จะรับแลกเปลี่ยนได้เต็มราคาของเหรียญนั้น (มาตรา ๑๓) ผู้ประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดให้นำเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดมาแลกเปลี่ยนโดยยื่นคำร้องตามแบบที่กรมธนารักษ์กำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองคลังกลาง กรมธนารักษ์ สำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานคลังอำเภอ[๑]

 

ธนบัตร

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจจัดทำและนำออกใช้ซึ่งธนบัตรของรัฐบาลได้ โดยธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ในกรณีธนบัตรชำรุดจะไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งธนบัตรที่ลักษณะต่อไปนี้ถือว่าเป็นธนบัตรชำรุด (มาตรา ๑๘)

๑. ธนบัตรครึ่งฉบับ คือครึ่งหนึ่งของธนบัตรซึ่งถูกแบ่งเป็นสองส่วนในแนวตั้ง

๒. ธนบัตรต่อท่อนผิด คือธนบัตรที่มีส่วนของธนบัตรฉบับอื่นมาต่อเข้าเป็นฉบับเดียวกัน

๓. ธนบัตรขาดหรือลบเลือน คือธนบัตรซึ่งส่วนหนึ่งขาดหายหรือมีเหตุที่ทำให้อ่านข้อความหรือตัวเลขไม่ได้ความ

ซึ่งธนบัตรที่ชำรุดสามารถแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรได้กับธนาคารแห่งประเทศไทย หากผู้ใดประสงค์จะขอแลกธนบัตรชำรุดให้ทำคำร้องเป็นหนังสือตามแบบยื่นต่อธนาคารแห่งประเทศไทยหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมอบหมายโดยแนบธนบัตรชำรุดไปกับคำร้องด้วย[๒] โดยธนบัตรครึ่งฉบับจะรับแลกในอัตราครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น ธนบัตรต่อท่อนผิดถ้าไม่เกินสองท่อนรับแลกเต็มราคาของธนบัตรนั้น ธนบัตรขาดวิ่นถ้าเหลืออยู่มากกว่าครึ่งฉบับรับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น และถ้าธนบัตรลบเลือนจะรับแลกเปลี่ยนเฉพาะกรณีที่การลบเลือนนั้นไม่ถึงกับทำให้ไม่รู้ได้ว่าเป็นธนบัตรแท้จริงโดยให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น[๓]

และในกรณีที่มีการประกาศยกเลิกการใช้ธนบัตรชนิด และราคาใด (การถอนคืน) ธนบัตรที่ประกาศถอนคืนก็จะไม่เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเช่นกัน แต่สามารถขอแลกเปลี่ยนกับธนบัตรอื่นได้ภายในสองปีนับแต่วันที่ธนบัตรถอนคืนตกเป็นเงินที่ชำระหนี้ไม่ได้ตามกฎหมาย (มาตรา ๒๑)

 

 

 

 

ทุนสำรองเงินตรา

เพื่อดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของเงินตรา และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ต้องรักษาทุนสำรองเงินตราไว้ (มาตรา ๒๖) ทุนสำรองเงินตราประกอบไปด้วยทรัพย์สินดังต่อไปนี้

๑. ทองคำ

๒. เงินตราต่างประเทศที่อยู่ในรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

๓. หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ

๔. ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงินที่นำส่งสมทบกองทุนการเงิน

๕. ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง

๖. ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน

๗. หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศหรือเป็นบาท

๘. ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับช่วงซื้อลดได้ แต่ต้องมีค่ารวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบจองจำนวนธนบัตรออกใช้ (มาตรา ๓๐)

ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีหน้าที่ในการตีราคาสินทรัพย์ที่เป็นทุนสำรองเงินตราทุก ๆ ปี ไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันขึ้นปีใหม่ และในกรณีที่สินทรัพย์ในบัญชีทุนสำรองเงินตรามีค่าเพิ่มขึ้นจะโอนส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าบัญชีสำรองพิเศษ รวมทั้งสินทรัพย์ที่ได้รับบริจาคเพื่อกิจการของฝ่ายออกบัตรธนาคารด้วย

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปี ๒๕๐๑ ตอนที่ ๖๕ หน้า ๔๐๙ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๐๑ ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

 

                  

 

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พฤศจิกายน ๒๕๔๗



* นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

[๑] กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

[๒] กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑

[๓] ข้อ ๒ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑