สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

พ.ศ. ๒๕๓๔

 

สราวุฒิ  ล้ออัศจรรย์*

 

๑.หลักการและเหตุผล

การที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพนั้น จำเป็นที่จะต้องเพิ่มสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งของภาครัฐบาลและภาคเอกชน และต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศให้เกื้อหนุนการพัฒนาประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยในการพัฒนานี้ต้องเน้นทั้งการสร้างสมรรถนะทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีอื่นๆรวมถึงการบริการทางเทคโนโลยีด้วย จึงจะสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาการผลิต การบริการ กิจกรรมต่างๆ ทั้งทางภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม อีกทั้งเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพด้วย

 การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นต้องอาศัยทุนจำนวนมาก อีกทั้งต้องการความชำนาญการพิเศษในการปฏิบัติภารกิจต่างๆจึงจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งองค์กรใหม่ที่ มีความเป็นอิสระและมีความคล่องตัวสูง ไม่ผูกพันไว้กับกฎระเบียบการปฏิบัติและข้อบังคับปกติของราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การบริหารงาน การดำเนินกิจกรรมต่างๆและการประสานงานกับองค์กรต่างๆ ในทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุประโยชน์ร่วมสูงสุดในการพัฒนาประเทศต่อไป

 

๒.สาระสำคัญของพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔

๒.๑ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรองประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการไม่เกินยี่สิบสองคน โดยให้แต่งตั้งจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้ซึ่งมิใช่ข้าราชการจำนวนฝ่ายละเท่าๆ กัน และให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่สำคัญ คือพิจารณาอนุมัติแผนหลักเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสำนักงาน กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการดำเนินงานของสำนักงานในการบริหารกองทุนและพิจารณาจัดสรรทุนสำหรับกิจกรรมหลักต่างๆ วางมาตรการ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทุนเพื่อสนับสนุนการรับและการถ่ายทอดเทคโนโลยี จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางขึ้นในสำนักงานโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีในกรณีที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการพัฒนากิจกรรมใดเป็นกรณีพิเศษ

๒.๒ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์โดยสังเขปคือการบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยทำการสำรวจ ศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการต่างๆ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการวางเป้าหมาย นโยบาย และจัดทำแผน โครงการ และมาตรการต่างๆ ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ แล้วนำเสนอต่อรัฐมนตรี

ดำเนินการและส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ รวมทั้งการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในภาครัฐบาลและภาคเอกชน สนับสนุนและส่งเสริมการวิจัย การพัฒนาวิศวกรรมของภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมด้านนี้ระหว่างภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนนานาประเทศเพื่อพัฒนาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ดำเนินการและสนับสนุนการให้บริการในการวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสอบเทียบมาตรฐานและความถูกต้องของอุปกรณ์ การให้บริการข้อมูลและการให้คำปรึกษาทางเทคโนโลยี และสนับสนุนการให้บริการอื่นๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนการเพิ่มสมรรถนะในการเลือกและรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศตลอดจนการจัดการโครงการลงทุนและโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม และเพื่อเกื้อกูลการสร้างเสริมสมรรถนะทางเทคโนโลยีของประเทศ

และจัดตั้งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เพื่อดำเนินภารกิจที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.๓ กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วยเงินหลายส่วน ที่สำคัญ คือ

เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินและทรัพย์สินในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ได้รับโอนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนจากสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

รวมไปถึงเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปีและเงินอุดหนุนจากต่างประเทศรวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศด้วย

 

๓.ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอำนาจออกประกาศและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔ ฉบับนี้

พระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๘ ตอนที่ ๒๔๐ หน้า ๑๐๐พ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๔ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๔ (มาตรา ๒)

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ธันวาคม ๒๕๔๗

 

 

 



*นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา