สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๑๖

นวพร  สาระคุณ[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล

เพื่อให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครมีสิทธิไดรับบำเหน็จบำนาญในทำนองเดียวกันกับข้าราชการพลเรือน และข้าราชการส่วนท้องถิ่น

 

๒. สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ

๒.๑คำนิยามที่สำคัญ

“ข้าราชการกรุงเทพมหานคร” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนของกรุงเทพมหานคร หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่จ่ายให้แก่กรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการกรุงเทพมหานคร[๒]

๒.๒ การดำเนินการอันเกี่ยวข้องกับบำเหน็จบำนาญ

เงินในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครมาจากเงินที่โอนมาจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินที่มีอยู่ในวันที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖ ใช้บังคับ มาเป็นทุนประเดิม (มาตรา ๕) การที่กรุงเทพมหานครหักเงินงบประมาณรายได้ประจำปีสมทบเข้าเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครในอัตราร้อยละสอง[๓](มาตรา ๔) เงินดอกผลที่เกิดจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร และเงินที่มีผู้อุทิศสมทบเข้ากองทุน (มาตรา ๖)

ให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการมีอำนาจควบคุมและดำเนินการเกี่ยวกับเงินกองทุนรวมตลอดจนหาดอกผลจากกองทุน (มาตรา ๗) จ่ายบำเหน็จบำนาญให้แก่ข้าราชการกรุงเทพมหานคร (มาตรา ๔ วรรค ๑) โดยข้าราชการกรุงเทพมหานครยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและเมื่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับเรื่องขอรับบำเหน็จบำนาญแล้วให้รับตรวจสอบแล้วให้ส่งไปให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันรับ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับเรื่องแล้วให้รีบพิจารณาสั่งภายในหกสินวันนับแต่วันรับ (มาตรา ๙)

นอกจากนี้ก็ให้นำกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม (มาตรา ๘) เช่น เรื่องสิทธิในบำเหน็จบำนาญข้าปกติ คือ เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดออกจากราชการ ให้จ่ายบำเหน็จบำนาญจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ตามเกณฑ์ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ สิทธิในบำเหน็จบำนาญเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไม่ได้ (มาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐)

เรื่องบำเหน็จบำนาญพิเศษ คือ เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดประสบเหตุดังที่บัญญัติไว้ในลักษณะนี้ให้จ่ายบำเหน็จหรือบำนาญพิเศษให้ สิทธิในบำเหน็จหรือบำนาญพิเศษเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไม่ได้ (มาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐) เป็นต้น

๒.๓ การนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ

ถ้าเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ต้น ก็ให้นำเอากฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาใช้บังคับโดยอนุโลม (มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖)

ถ้าเป็นข้าราชการที่โอนมาเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ให้นับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่ใช้อยู่ในวันโอนรวมเป็นเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๑๐)

ถ้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่โอนมาเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้นับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้อยู่ในวันโอนรวมเป็นเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๑๐)

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (มาตรา ๑๑)

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)

 

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ธันวาคม ๒๕๔๗



[๑] นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

[๒] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

[๓] กฎกระทรวงการหักเงินงบประมาณรายได้ประจำปีสมทบเข้าเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร ๒๕๔๖