สรุปสาระสำคัญ

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

 

นวพร  สาระคุณ[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล

เพื่อจัดตั้งองค์กรของรัฐคือ บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินขึ้นให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินบางแห่งที่ประสบปัญหาอันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้เป็นระบบตามแนวทางสากล

 

๒. สาระสำคัญของพระบัญญัติ

๒.๑ คำนิยามที่สำคัญ

“บริษัท” หมายความว่า บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า  (๑) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการ

                                             ธนาคารพาณิชย์

                                      (๒) บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

                                             และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมาย

                                             ว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจ

                                             หลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

“องค์การบริหารสินเชื่อ” หมายความว่า องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

                                             ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ

                                             บริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.

                                             ๒๕๔๐

๒.๒ การดำเนินการต่างๆ ของบรรษัท

จัดตั้งบรรษัทบริหารสินเชื่อสินทรัพย์สถาบันการเงินเป็นนิติบุคคล (มาตรา ๕) โดยให้มีวัตถุประสงค์คือ ๑ ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ทุกประเภทของบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ถูกระงับการดำเนินการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ๒ ประกอบธุรกิจรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีการค้างชำระดอกเบี้ยตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปของสถาบันการเงินอื่นที่กองทุนเข้าถือหุ้นและมีอำนาจจัดการ (มาตรา ๗) อำนาจกระทำกิจการในขอบวัตถุประสงค์นั้น รวมถึง ให้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพย์สินต่างๆ สร้าง ซื้อ ขาย เช่า เช่าซื้อ ยืม จำนอง จำนำ แลกเปลี่ยน โอน ดำเนินการใดๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งในและนอกราชอาณาจักรหรือรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ ค้ำประกันหรือรับรอง รับอาวัล สอดเข้าแก้หน้าในตัวเงินกู้ยืมเงิน ให้กู้ออกหุ้นกู้ ตั๋วเงิน ตราสารแห่งหนี้ ลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาล องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ มีเงินฝาก (มาตรา ๘) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ บรรษัทอาจเพิ่มทุนโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีได้ (มาตรา ๑๐)

ให้มีคณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปเพื่อบริหารกิจการของบรรษัทให้อยู่ภายในกรอบวัตถุประสงค์ของบรรษัทอำนาจหน้าที่ดังกล่าวรวมไปถึง กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เงินตอบแทน และค่าใช้จ่ายกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเงิน ทรัพย์สิน และการบัญชีรวมทั้งการตรวจสอบและสอบบัญชีภายใน เป็นต้น (มาตรา ๑๗) และมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้จัดการด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี (มาตรา ๑๘)

ผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของบรรษัทให้เห็นไปตามวัตถุประสงค์ของบรรษัทและตามนโยบายหรือข้อบังคับที่กรรมการกำหนด นอกจากนี้ในกิจการของบรรษัทที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทนของบรรษัท และสามารถมอบอำนาจให้ตัวแทนหรือบุคคลอื่นกระทำกิจการเฉพาะอย่างแทนได้แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

ในกรณีบรรษัทมีผลกำไรหลังจากหักผลขาดทุนสะสมออกแล้ว ให้จัดสรรไว้เป็นเงินกองทุนบรรษัทจนกว่าเงินของบรรษัทจะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของสินทรัพย์ทั้งสิ้น ส่วนที่เหลือให้จ่ายเป็นเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น (มาตรา ๒๖)

๒.๓ สิทธิและข้อจำกัดในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของบรรษัท

๑. การโอนและการรับโอนสินทรัพย์ สิทธิจำนองจำนำ หรือหลักประกันอย่างอื่น ให้บรรษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอันเกิดขึ้นในการโอนและการับโอนสินทรัพย์หรือหลักประกันของสินทรัพย์ดังกล่าว (มาตรา ๒๒)

๒. ในการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน บรรษัทอาจจัดให้มีนิติบุคคลซึ่งประกอบธุรกิจการประเมินราคาอิสระหรือผู้มีวิชาชีพที่ปรึกษาทางการเงินเข้าร่วมในการประเมินราคาสินทรัพย์นั้นในการประเมินราคานี้ให้คำนึงถึงกระแสรายรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และต้องไม่เกินราคาตลาดหรือราคาประเมินกลาง (มาตรา ๒๑)

๓. ในการโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนของสถาบันการเงิน องค์กรหรือ อบส. ไปยังบรรษัท และการโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดหรือบางส่วนของบรรษัทไปยังสถาบันการเงินองค์การหรืออบส. กระทำได้เลยโดยไม่ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา ๓๐๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของลูกหนี้ที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา ๓๐๘ วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา ๒๓)

๔. ในกรณีที่บรรษัทขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินที่บรรษัทกู้ยืมเงินจากแหล่งให้กู้ยืมนอกราชอาณาจักร จำนวนเงินกู้ที่จะค้ำประกันเมื่อรวมกับต้นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันยังค้างอยู่ต้องไม่เกินสิบสองเท่าของเงินกองทุนของบรรษัทเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทย ไม่ว่าจะเป็นการค้ำประกันตามกฎหมายใด สวนคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ในวันทำสัญญา (มาตรา ๒๕)

๒.๔ การควบคุมและการตรวจสอบ

รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปในกิจการของบรรษัท โดยอาจสั่งให้บรรษัทชี้แจงข้อเท็จจริงแสดงความคิดเห็น ทำรายงาน สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน (มาตรา ๒๔) มีอำนาจแต่งตั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีของบรรษัท ทำการตรวจสอบบัญชีรวมทั้งการเงินทุกประเภทเสนอรายงานผลการตรวจสอบบัญชีต่อรัฐมนตรี (มาตรา ๒๙)

บรรษัทต้องมีการวางระบบบัญชีและรักษาระบบบัญชีให้ถูกต้องและจัดให้มีระบบการควบคุมและตรวจสอบภายใน (มาตรา ๒๗) จัดทำงบดุลและบัญชีกำไรและขาดทุนทุกงวดหกเดือน (มาตรา ๒๘) รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว ต่อรัฐมนตรีภายใน ๔ เดือนนับแต่วันประกาศรายงานงบดุลและบัญชีดังกล่าว (มาตรา ๓๐)

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้ (มาตรา ๔)

พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มกราคม ๒๕๔๗



[๑]นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา