สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕

 

พัชรินทร์  คำเจริญ*

 

๑.  หลักการและเหตุผล

กำหนดให้มีการจัดทำคันและคูน้ำเพื่อประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม

 

๒.  สาระสำคัญของพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕

“คัน” หมายความว่า คันที่ทำด้วยดินหรือวัสดุถาวรบนพื้นที่ดิน เพื่อกักหรือกั้นน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก

“คูน้ำ” หมายความว่า ร่องน้ำเพื่อชักน้ำเข้าสู่ที่ดินและระบายน้ำออกจากที่ดิน

“เจ้าของที่ดิน” หมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น

“ผู้ครอบครองที่ดิน” หมายความว่า ผู้เช่า ผู้อยู่ หรือผู้ทำการเพาะปลูกในที่ดินของผู้อื่น

- กำหนดให้เจ้าของที่ดินจัดทำคันรอบที่ดินที่ตนมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง ภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในท้องที่ต่างๆ

คันนั้นต้องมีลักษณะมั่นคงและสามารถกักน้ำไว้เหนือระดับพื้นดินไม่ต่ำกว่ายี่สิบเซนติเมตร และไม่สูงกว่าสามสิบเซนติเมตร

- ให้อธิบดีกรมชลประทานมีอำนาจกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำประตูกักน้ำหรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการบังคับน้ำในคูน้ำ โดยให้เจ้าของที่ดินที่รับประโยชน์ร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในการจัดทำตามส่วนเนื้อที่ดินของตน เพื่อประโยชน์ในการแบ่งปันน้ำให้ได้ใช้ทั่วถึงกัน

- เจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองที่ดินต้องบำรุงรักษาคัน คูน้ำและประตูกักน้ำ หรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการบังคับน้ำในที่ดินที่ตนเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ครอบครองให้คงอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี โดยเฉพาะคูน้ำต้องขุดลอกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แต่ถ้าละเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเสียเองโดยต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการจัดทำนั้น

- ห้ามเจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินเจาะคันปิดกั้นคูน้ำ เปิดหรือปิดประตูกักน้ำ หรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการบังคับน้ำ

- ห้ามมิให้บุคคลทำให้คัน คูน้ำ ประตูกักน้ำหรือสิ่งอื่นที่ใช้ในการบังคับน้ำเกิดขัดข้อง ไม่สะดวกในการบังคับน้ำ

การฝ่าฝืนบทบัญญัติจะมีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

๓.  ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ ตอนที่ ๒๙ หน้า ๔๓๕ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๐๕ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อให้ใช้บังคับในท้องที่ใด มีบริเวณเพียงใดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และพระราชกฤษฎีกาให้มีแผนที่แสดงเขตบริเวณท้องที่แนบท้าย ทั้งนี้ให้ประกาศไว้ ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการของกำนันในท้องที่นั้นด้วย (มาตรา ๒)

 

                  

 

 

 

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ธันวาคม ๒๕๔๗



*นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา