พระราชบัญญัติสถานสินเชื่อท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๑๘

 

พงษ์พิลัย  วรรณราช[*]

๑. หลักการและเหตุผล

เนื่องจากปัจจุบันนี้ ผู้ยากจนเป็นจำนวนมากต้องเดือดร้อนเพราะหาแหล่งเงินกู้ในยามที่ตนมีความต้องการไม่ได้ กิจการโรงรับจำนำตามกฎหมายโรงรับจำนำก็ยังไม่มีขอบเขตกว้างขวางพอเพียง จึงสมควรจัดให้มีการสินเชื่อท้องถิ่นขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้สินเชื่อโดยการรับจำนำสิ่งของแล้วการสินเชื่อท้องถิ่นยังอาจให้สินเชื่อด้วยการใช้สิทธิเรียกร้องในเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญของผู้จำนำเป็นประกันได้ การสินเชื่อท้องถิ่นจะดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ด้วยการจัดตั้งเป็นสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีสภาพเป็นนิติบุคคล และอยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย

 

๒. สาระสำคัญ

ได้ให้คำนิยามของ “การสินเชื่อท้องถิ่น” ว่าหมายถึง การให้สินเชื่อระยะสั้นด้วยวิธีการรับจำนำสิ่งของ หรือตราสาร หรือด้วยการให้เงินล่วงหน้าโดยมีหลักประกันเป็นเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัด หรือเงินรายได้อย่างอื่นที่มีลักษณะประจำ

การจัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่นจะจัดตั้งขึ้นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี (รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง) โดยผู้ขออนุญาตจัดตั้งจะต้องเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งรวมกัน ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นนั้น

กำหนดห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากสถานสินเชื่อท้องถิ่นใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นหรือคำอื่นที่มีความหมายคล้ายกัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนหรือหลงเชื่อว่าเป็นสถานสินเชื่อท้องถิ่น

ในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่นจะต้องจัดให้มี “กองทุนสินเชื่อท้องถิ่น” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเฉพาะสำหรับการนี้ โดยกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น ได้แก่ เงินที่หน่วยราชการบริหารจัดสรรให้เป็นทุนประเดิมหรือจัดสรรเพิ่มเติมเป็นคราวๆ , เงินกู้ , เงินรายได้ที่เกิดจากการดำเนินการ และเงินรายได้อื่น เช่น เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือเงินที่มีผู้อุทิศให้

หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีอำนาจซื้อหรือขายตราสาร กู้ยืมเงินหรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น

กิจการของสถานสินเชื่อท้องถิ่นในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการโรงรับจำนำ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ เว้นแต่ข้อจำกัดเรื่องจำนวนโรงรับจำนำในเขตท้องที่หนึ่งๆ ตามที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำไม่นำมาใช้บังคับ

หลักเกณฑ์ และวิธีการในการให้สินเชื่อระยะสั้นของสถานสินเชื่อท้องถิ่นด้วยการรับจำนำตราสาร หรือการให้เงินล่วงหน้าโดยมีหลักประกันเป็นเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่นที่มีลักษณะประจำ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง โดยเมื่อได้ให้สินเชื่อแล้วและไม่ปรากฏว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง สถานสินเชื่อท้องถิ่นมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่นซึ่งได้นำมาเป็นหลักประกันการให้สินเชื่อนั้น โดยสถานสินเชื่อสามารถร้องขอให้หน่วยงานซึ่งจะต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับสินเชื่อชำระหนี้นั้นให้แก่สถานสินเชื่อท้องถิ่นนั้นได้ทันทีที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

กรณีที่สถานสินเชื่อท้องถิ่นฟ้องเรียกให้ผู้ได้รับสินเชื่อชำระหนี้ ให้สิทธิเรียกร้องของผู้ได้รับสินเชื่อในเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่นซึ่งได้นำมาเป็นหลักประกันไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีมีจำนวนเท่ากับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนแต่ศาลจะกำหนดให้สูงกว่านั้นก็ได้

สถานสินเชื่อท้องถิ่นต้องจัดให้มีคณะกรรมการบริหารเพื่อรับผิดชอบในการบริหารกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นและในการดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่น และกำหนดให้มีผู้จัดการสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นและอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร

เมื่อปรากฏว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นหยุดทำการหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีฐานะไม่มั่นคง ปลัดกระทรวงการคลังมีอำนาจสั่งควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้ โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมการสินเชื่อท้องถิ่นเข้าดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นเสียเองหรือจะเข้าตรวจตราดูแลให้หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อยก็ได้ และถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ก็สามารถมีคำสั่งให้เลิกสถานสินเชื่อท้องถิ่นนั้นเสียได้

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๒๙)

พระราชบัญญัติสถานสินเชื่อท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่มที่ ๙๒ ตอนที่ ๓๕ หน้า ๔ ลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                  

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มกราคม ๒๕๔๘

 



[*] นิติกร ๓ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา