สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.๒๕๑๙

 

นวพร สาระคุณ[๑]

 

๑. หลักการและเหตุผล

รัฐบาลมีนโยบายที่จะป้องกันและปราบปรามการค้าและการเสพยาเสพติดอย่างเข้มงวดและกวดขัน จึงต้องมีกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการและให้อำนาจในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามให้ได้ผลโดยเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ

 

๒. สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ

๒.๑  คำนิยามที่สำคัญ

“ยาเสพติด” หมายความว่า ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารระเหยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการใช้สารระเหย

๒.๒. การดำเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรียกโดยย่อว่า “ป.ป.ส.” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลจากภาคเอกชนที่มีผลงงานเป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่เกินสองคน (มาตรา ๕) มีสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ประสานนโยบาย แผน งบประมาณ และการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร วิชาการตลอดจนพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาสัมพันธ์ต่อต้านยาเสพติด ประสาน ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (มาตรา ๑๗) โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ควบคุมดูแลโดยทั่วไปของสำนักงานและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานและให้มีรองเลขาธิการเป็นผู้ช่วยปฏิบัติราชการ(มาตรา ๑๒)

เพื่อการดำเนินงานในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หากเจ้าพนักงานพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ หากเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการดังกล่าวไม่สามารถชี้แจงหรือพิสูจน์ให้กรรมการเชื่อได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ให้กรรมการปิดสถานประกอบการชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ(มาตรา ๑๓)

ให้กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าพนักงานมีอำนาจดังนี้ เข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใด เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดหลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิด ค้นบุคคลหรือยานพาหนะ จับกุมบุคคลที่กระทำความผิด ยึดหรืออายัดยาเสพติด สอบสวนผู้ต้องหา แต่การใช้อำนาจข้างต้น เจ้าพนักงานต้องปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดและแสดงความบริสุทธิ์ก่อนเข้าค้น รายงานเหตุผลและผลการตรวจค้นเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปและบันทึกเหตุอันควรสงสัยและเหตุอันควรเชื่อที่ทำให้เข้าค้นได้เป็นหนังสือให้ไว้แก่ผู้ครอบครองเคหสถานหรือสถานที่ค้น หากเป็นการค้นในเวลากลางคืนภายหลังพระอาทิตย์ตกผู้เป็นหัวหน้าในการค้นได้แก่ข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับ ๗ ขึ้นไป หรือสารวัตรขึ้นไป หรือผู้บังคับกองร้อยข้นไป และเจ้าพนักงานผู้ได้รับมอบหมายให้กระทำการข้างต้น ต้องแสดงเอกสารมอบหมายนั้นต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง (มาตรา๑๔)เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการข้างต้น ให้ถือว่า กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร และให้มีอำนาจควบคุมผู้ถูกจับไว้เพื่อทำการสอบสวนได้ไม่เกินสามวันเมื่อครบกำหนดหรือก่อนนั้นตามที่เห็นสมควร แล้วจึงให้ส่งตัวผู้ถูกจับไปยังพนักงานสอบสวนตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อดำเนินการต่อไปทั้งนี้ไม่ให้ถือว่าการควบคุมผู้ถูกจับดังกล่าวเป็นการควบคุมของพนักงานสืบสวนตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (มาตรา ๑๕) และในการปฏิบัติหน้าที่ข้างต้นถ้าเจ้าพนักงานขอให้ผู้ใดช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ ให้บุคคลนั้นมีอำนาจในการช่วยการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานได้(มาตรา ๑๔ ตรี)

ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารซึ่งส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ สื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้ เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงานซึ่งได้รับอนุมัติจากเลขาธิการเป็นหนังสือจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าพนักงานได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ แต่การอนุญาตดังกล่าว ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดประกอบกับเหตุผลและความจำเป็นต่างๆภายหลังที่มีคำสั่งอนุญาต หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเหตุผลความจำเป็นไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร บรรดาข้อมูลข่าวสารที่ได้มาให้เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ในการสืบสวนและใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีเท่านั้นตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด(มาตรา ๑๔ จัตวา)

 

 

๒.๓  ฐานความผิดและอัตราโทษ

พระราชบัญญัตินี้ลงโทษตั้งแต่เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ(มาตรา ๑๕ ทวิ) ผู้ไม่ให้ความสะดวก หรือไม่ให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งบัญชีเอกสารหรือวัตถุใดแก่กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือเจ้าพนักงาน หรือผู้ที่ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน(มาตรา ๑๖) กรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือเจ้าพนักงานที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเสียเองต้องระวางโทษหนักขึ้น (มาตรา ๑๗) เป็นต้น

บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวให้คณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ (มาตรา ๑๗ ทวิ)

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันใช้บังคับ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกข้อบังคับหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๑๘)

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา ๒)

 

                  

 

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

 



[๑] นิติกร  ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา