สรุปสาระสำคัญ

พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ .. ๒๕๔๔

ศุภสรณ์ รุ่งโรจน์วุฒิกุล[๑]

 

. หลักการและเหตุผล เพื่อส่งเสริมให้มีการสร้างเสริมสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่ในภาวะสมดุล และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายจากการบริโภค สุราและยาสูบหรือสารอื่นที่ทำลายสุขภาพ หรือจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ไม่ถูกต้อง

 

. สาระสำคัญ พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวการก่อตั้งกับกองทุน โดยให้กองทุนมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และรายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน และกองทุนยังมีอำนาจจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบในอัตราร้อยละสองของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายดังกล่าว และกำหนดให้ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว มีหน้าที่ต้องส่งเงินบำรุงกองทุนพร้อมทั้งชำระภาษีตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ในกรณีที่ผู้ที่มีหน้าที่ส่งเงินบำรุงกองทุนไม่ส่งเงินหรือส่งภายหลังเวลาที่กำหนด หรือส่งไม่ครบ นอกจากจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ยังจะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินที่ไม่ส่งหรือส่งล่าช้าหรือส่งไม่ครบ แล้วแต่กรณี นับแต่วันครบกำหนดส่งจนถึงวันที่ส่งเงิน แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้ต้องไม่เกินกว่าจำนวนเงินบำรุงกองทุนและให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินบำรุงกองทุนด้วย โดยให้กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการเรียกจัดเก็บเงินดังกล่าวเพื่อเป็นรายได้ของกองทุน และเงินบำรุงกองทุนให้ถือเป็นภาษี แต่ไม่ให้นำไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าภาษี

พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังกำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้จะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี การเป็นคณะกรรมการจะเป็นโดยตำแหน่งและมาจากการแต่งตั้ง นอกจากนี้ยังกำหนดให้กองทุนจะต้องมีผู้จัดการหนึ่งคน ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นผู้แต่งตั้ง และผู้จัดการจะอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

 

. วันบังคับใช้และผู้รักษาการตามกฎหมาย พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการ

สร้างเสริมสุขภาพ .. ๒๕๔๔ ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ พฤศจิกายน .. ๒๕๔๔ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และกำหนดให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

 

                            

 

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘



[๑] นิติกร ศูนย์ข้อมูลกฎหมายกลาง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา