หน้าหลัก > ข่าวสารและผลงาน > ข่าวประชาสัมพันธ์ > การพัฒนากฎหมาย > เชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอรับทำงานวิจัย
เชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอรับทำงานวิจัย

โครงการศึกษาวิจัย

 

ประกาศ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง  เชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอรับทำงานวิจัย

               

 

 

                   ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะทำงานโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมาย มีความประสงค์จะดำเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง การปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทย เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยขอบเขตการศึกษา ระยะเวลาดำเนินการ การยื่นข้อเสนอ และการคัดเลือกผู้เสนอ ปรากฏตามโครงการศึกษาวิจัยแนบท้ายประกาศนี้

                   ผู้สนใจสามารถยื่นข้อเสนอเพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยตามโครงการนี้ด้วยตนเอง
หรือส่งทางไปรษณีย์ไปยังฝ่ายเลขานุการคณะทำงานโครงการการปรับเปลี่ยนกระบวนการ
ร่างกฎหมาย (นางณัฐนันทน์  อัศวเลิศศักดิ์) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขที่ ๑ ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐  โทร. ๐ ๒๒๒๖-๕๑๖๘  โทรสาร ๐ ๒๒๒๖-๖๒๐๑  ภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๗     

 

                                                                   สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

                                                                       วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๗

           

โครงการศึกษาวิจัย

เรื่อง การปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทย

                  

 

๑.  เหตุผลและความจำเป็นของโครงการ

                   กฎหมายเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญสำหรับการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม (The Rule of Law) หรือหลักการปกครองโดยกฎหมาย และมีผลกระทบโดยตรงต่อสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ แต่ปรากฏว่า กฎหมายหลายฉบับที่ใช้บังคับในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาพ
ความเป็นจริงของสังคมไทย หรือไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนล้าสมัยไม่ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเกิดจากกระบวนการร่างกฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพและไม่มีมาตรฐานที่ดีพอ

                   โดยที่กระบวนการร่างกฎหมายของไทยในปัจจุบัน นอกจากจะมีองค์กรหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวง ทบวง กรมเจ้าของเรื่อง คณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรอิสระ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในกระบวนการร่างกฎหมายด้วย โดยแต่ละองค์กรต่างก็มีบทบาทสำคัญในการจัดทำกฎหมายให้มีคุณภาพ และรวดเร็วทันต่อความต้องการหรือเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคม  อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเกี่ยวกับร่างกฎหมายของแต่ละองค์กรยังคงมี
ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้แก่ การขาดการศึกษาวิเคราะห์กฎหมายตามหลักวิชาการอย่างเป็นกลาง ความไม่ชัดเจนในทางนโยบายที่จะกำหนดเป็นกลไกของกฎหมาย การขาดความเข้าใจสภาพสังคม
อย่างแท้จริง การขาดการพิจารณาในภาพรวมของการบริหารประเทศ การขาดบุคลากรที่มีความรู้
ความเชี่ยวชาญ รวมถึงการขาดการมีส่วนร่วมของผู้อาจได้รับผลกระทบจากกฎหมาย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กฎหมายไม่สมบูรณ์ อีกทั้งขั้นตอนการร่างกฎหมายที่ซับซ้อนและใช้เวลานานเกินความจำเป็น
ทำให้การจัดทำกฎหมายล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์

                   ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิจัยปัญหาและอุปสรรคของกระบวนการร่างกฎหมายของไทยในปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมาย และจัดทำเป็นข้อเสนอกระบวนการร่างกฎหมายแนวใหม่เพื่อให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการร่างกฎหมายใช้เป็นแนวทางการจัดทำกฎหมาย ให้ได้มาซึ่งกฎหมายที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับสภาพสังคม และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ สามารถบรรลุเป้าหมายหลักของกฎหมายในการเป็นเครื่องมือหรือกลไกที่ดีในการบริหารประเทศ

ได้อย่างแท้จริง

 

๒.  ขอบเขตการศึกษาวิจัย

                   ผู้ศึกษาวิจัยจะต้องศึกษาวิจัยภายใต้ขอบเขตหัวข้อที่กำหนด ดังต่อไปนี้

                   ๒.๑ ศึกษากระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทยในทุกขั้นตอน ทั้งในส่วนของ
องค์กรหลักที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกระบวนการเสนอกฎหมายของประชาชน พรรคการเมือง องค์กรอิสระและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                   ๒.๒ ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทยในระดับ
พระราชบัญญัติ ทั้งในชั้นริเริ่มกฎหมาย การเสนอกฎหมาย การตรวจพิจารณากฎหมาย และการตรากฎหมาย โดยมุ่งเน้นเฉพาะองค์กรหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างกฎหมาย

                   ๒.๓ ศึกษากระบวนการร่างกฎหมายของต่างประเทศ โดยต้องเป็นประเทศที่ใช้ระบบ การปกครองแบบรัฐสภา อย่างน้อย ๑ ประเทศ และประเทศที่ใช้ระบบการปกครองแบบประธานาธิบดี อย่างน้อย ๑ ประเทศ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการจัดทำข้อเสนอกระบวนการร่างกฎหมายแนวใหม่ของประเทศไทย

                   ๒.๔ วิเคราะห์และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคตามข้อ ๒.๒ รวมทั้งข้อเสนอแนะในการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมายของประเทศไทย

                   ๒.๕ จัดทำข้อเสนอกระบวนการร่างกฎหมายแนวใหม่ของประเทศไทยที่เป็นรูปธรรม สามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดทำร่างกฎหมายขององค์กรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการร่างกฎหมายได้

 

๓.  คุณสมบัติของผู้ศึกษาวิจัย

                   ผู้ศึกษาวิจัยอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

                       (๑) จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี   และ

                       (๒) มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการร่างกฎหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการร่างกฎหมายเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี สำหรับผู้เป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัย และไม่น้อยกว่า ๕ ปี สำหรับผู้ร่วมวิจัย หรือทำงานเกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างกฎหมาย โดยเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐระดับ ๘ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า สำหรับผู้เป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัย และระดับ ๕ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า สำหรับผู้ร่วมวิจัย

 

๔.  วงเงินค่าจ้าง

                   จำนวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาท) โดยเบิกจ่ายจากเงินกู้ธนาคารโลก
เพื่อใช้ในการดำเนินการโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมายตามแผนการปรับเปลี่ยนกฎหมายซึ่งอยู่ภายใต้แผนปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐ

 

๕.  ระยะเวลาในการศึกษาวิจัย

                   ผู้ศึกษาวิจัยจะต้องดำเนินการศึกษาวิจัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ๖ เดือน
นับแต่วันลงนามในสัญญาจ้างศึกษาวิจัย

 

๖.  ลิขสิทธิ์ในงานวิจัย

                   ลิขสิทธิ์ในร่างสุดท้ายของงานวิจัย (Final Draft) และในงานวิจัยเป็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

 

 

๗.  การยื่นข้อเสนอสำหรับการศึกษาวิจัย

                   บุคคล คณะบุคคล หน่วยงานหรือสถาบันที่สนใจจะทำการศึกษาวิจัยสามารถ
ยื่นข้อเสนอสำหรับการศึกษาวิจัยได้โดยมีหนังสือแสดงเจตนาว่าสนใจจะทำการศึกษาวิจัยมายัง
ฝ่ายเลขานุการคณะทำงานโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมาย (นางณัฐนันทน์  อัศวเลิศศักดิ์) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขที่ ๑ ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ ภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๗ พร้อมทั้ง

                   (๑)  รายชื่อคณะผู้ศึกษาวิจัย ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และประสบการณ์ในการวิจัย พร้อมทั้งบทสรุปงานวิจัย (Synopsis) ที่ผ่านมา ของผู้ศึกษาวิจัยแต่ละราย
(ในกรณีมีผู้ช่วยศึกษาวิจัย จะต้องเสนอรายชื่อของคณะผู้ช่วยศึกษาวิจัย พร้อมทั้งประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ในการวิจัย และบทสรุปงานวิจัยของผู้ช่วยศึกษาวิจัยแต่ละรายมาด้วย)

                   (๒)  ข้อเสนอทางวิชาการและการเงิน ซึ่งระบุ

                          (ก) ข้อเสนอแนวทางและวิธีการศึกษาวิจัย พร้อมทั้งเค้าโครงการศึกษาวิจัยที่ครบถ้วนตามขอบเขตการศึกษาวิจัยโดยละเอียด

                          (ข) กำหนดเวลาส่งมอบงาน หากเสนอส่งมอบงานเป็นงวด ให้ระบุให้ชัดเจนว่าจะส่งรายงานการกำหนดประเด็นศึกษา (Inception Report) รายงานสรุปผลการศึกษาเบื้องต้น (Preliminary Report) ร่างรายงานวิจัย (Draft Report) และงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เมื่อใด

                          (ค) รายชื่อตำรา บทความ เอกสาร หรือข้อมูลอื่นที่ผู้ศึกษาวิจัยจะใช้ในการดำเนินการศึกษาวิจัยในเบื้องต้น (Preliminary Study)

                          (ง) จำนวนค่าตอบแทนสำหรับการศึกษาวิจัย โดยคิดในอัตราค่าตอบแทน
ผู้ศึกษาวิจัยต่อระยะเวลา ๑ เดือน (
Man/Month)

 

๘.  วิธีการจ้าง

                   วิธีคัดเลือกตามข้อ ๘๕ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕

 

๙.  การคัดเลือกผู้ศึกษาวิจัย

                   ๙.๑  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะทำงานโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมาย จะพิจารณาข้อเสนอทางวิชาการและการเงิน รวมทั้งประสบการณ์ในการทำงานและในการวิจัยของคณะผู้วิจัยเกี่ยวกับหัวข้อที่ศึกษาวิจัย หากเห็นว่าข้อเสนอและประสบการณ์ดังกล่าวของคณะผู้ศึกษาวิจัยใดมีความเหมาะสมและสมควรที่จะได้รับเลือกให้เป็นคณะผู้ศึกษาวิจัย สำนักงานฯ จะทำสัญญาจ้างกับคณะผู้ศึกษาวิจัยนั้น

                   ๙.๒  ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะทำงานโครงการปรับเปลี่ยนกระบวนการร่างกฎหมาย เห็นว่าข้อเสนอและประสบการณ์ของคณะผู้ศึกษาวิจัยไม่เป็นที่น่าพอใจ และ
ไม่มีบุคคล คณะบุคคล หน่วยงานหรือสถาบันอื่น แสดงเจตนาว่าสนใจจะทำการศึกษาวิจัยในโครงการศึกษาวิจัยนี้ หรือมีแต่ไม่เป็นที่น่าพอใจแก่สำนักงานฯ  สำนักงานฯ สงวนสิทธิที่จะยกเลิกการศึกษาวิจัยโครงการนี้ โดยไม่ต้องประกาศให้ทราบ


ร่างกฏหมายที่น่าสนใจ
ความเห็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ 
งานวิจัย
บทความทางกฎหมาย
บุคลากร
จัดซื้อ / จัดจ้าง
กฤษฎีกาสาร  
ข่าวประชาสัมพันธ์
สำนักกฎหมายปกครอง
  
บริการอื่น ๆ
เสนอแนะ - ติชมเว็บไซต์



สำหรับทำให้ IE เปิดไฟล์ TIFF ได้
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๕ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับจอภาพขนาด 1,024 x 768 พิกเซล